ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างทั้ง 2 กระทรวง ในการผลักดันสินค้าเกษตรไทยไปสู่ตลาดที่ถูกต้อง
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้ทั่วโลกมีความต้องการอาหารและสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น ขณะที่ประเทศไทยมีศักยภาพการผลิตสูง จึงเป็นโอกาสที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเดินไปสู่การเป็นศูนย์กลางครัวโลก โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเกษตรให้กับประเทศไทย
สำหรับรูปแบบโครงการ จะใช้โมเดลการตลาดนำการผลิต ด้วยการสร้าง Single Big Data เพื่อใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน ส่วนช่องทางการตลาดจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ตลาดในประเทศ และ ตลาดต่างประเทศ
ซึ่งก็จะแยกย่อยออกไปอีก 4 ช่องทาง ประกอบด้วย ตลาดออนไลน์ / ตลาดออฟไลน์ อย่างเช่น โมเดิร์นเทรด ,สมาร์ทโชวห่วย ,ร้านธงฟ้า ,รถพุ่มพวง,คาราวาน และตลาดสด นอกจากนี้ยังมีช่องทางเกษตรพันธสัญญา และเคาน์เตอร์เทรด ในการสร้างเวทีจับคู่ทั้งในและระหว่างประเทศ
สำหรับตลาดในประเทศ พาณิชย์จังหวัดจะร่วมมือกับภาคเอกชนทำหน้าที่เป็นเซลล์แมนจังหวัด ขายสินค้าไปยังจังหวัดอื่นๆ ส่วนตลาดต่างประเทศ จะมีการจัดหาทูตพาณิชย์ทำหน้าที่เป็นเซลล์แมนประเทศ เพื่อระบายสินค้าไทยไปยังภูมิภาคต่างๆทั่วโลกส่วนภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเน้นไปที่การนำเทคโนโลกยีมาประยุคใช้ในการทำเกษตร โดย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จะมุ่งเน้นสินค้าใน 5หมวด ทั้งในส่วนของพืช ปศุสัตว์ ประมง สินค้าเกษตรแปรรูป และเกษตรบริการ ซึ่งทั้งกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์จะขยายการ(รับซื้อ) ของตลาดเดิม และหาตลาดส่งออกใหม่ไปทั่วโลก จากนั้นจะส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตสินค้าเกษตรที่ตรงกับความต้องการในตลาด ซึ่งเป็นการรับประกันว่าเกษตรกรจะขายผลผลิตได้แน่นอน