เห็นเขมรบอกว่าไม่มีตัวตน ไม่มีเข้าไป ไม่เป็นผู้ลี้ภัย?
รณณรงค์ : "ก็มีหมายจับเมืองไทย หลบหนีเข้าเมืองเขาผิดกฎหมายหรือเปล่า นี่ดีนะ เขายังไม่ได้อธิบายเรื่องนี้มา"
โอกาสรัฐบาลไทยเข้าไปยุ่มย่ามไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ แต่ขณะเดียวกัน คุณธนาธร บอกว่ารัฐบาลไทยต้องรับผิดชอบ อย่างนี้โหนมั้ย?
รณณรงค์ : "แหม ต้องบอกอย่างหนึ่งนะครับ ถ้าเกิดที่เมืองไทย รัฐบาลไทยต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว ทีนี้มันเกิดที่ต่างประเทศ สมมติเราส่งตำรวจทหารไปที่เขมร เขาก็จับตำรวจทหารเราได้นะครับ เพราะเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต อีกส่วนหนึ่งต้องเอาให้ชัดก่อน มันเกิดในต่างประเทศ คนที่เข้าไปมีหมายจับที่เมืองไทยและหลบหนีไปต่างประเทศ ผมว่าต้องย้อนไปดูที่มาที่ไปก่อน จะบอกว่ารัฐบาลไทยทำ คนเห็นต่างทางการเมืองถูกดำเนินการโดยภาครัฐ ถ้าเขาอยู่เมืองไทยก็ไม่เห็นโดนจับ ผมเห็นคนแรงกว่านี้ตั้งเยอะแยะ"
น้องเข้าไปยื่นเอกสาร ปรากฎว่าพรรคซึ่งเกี่ยวพันกับธนาธรเป็นคนมารับ ไม่กลัวว่าจะโหนเรื่องนี้ร่วมกับธนาธรเหรอ?
ภูมิวัฒน์ : "ผมเคยไปร่วมงานกับพรรคการเมืองหลายฝ่าย ขั้วการเมืองหลายขั้ว ผมถูกด่าจากทุกฝ่ายมาตลอดชีวิตอยู่แล้ว ผมเคยไปประชาธิปัตย์ก็โดนติ่งส้มด่าหนักมากเมื่อ 2-3 ปีก่อน ผมไปเจออ.สุระ ผมก็เจอพวกเสื้อแดงด่าหลายครั้ง ฉะนั้นผมไม่แคร์ครับ"
ไม่กลัวถูกกล่าวว่าเกี่ยวข้องธนาธรแน่เพราะไปยื่นพรรคนี้?
ภูมิวัฒน์ : "คนร้อยพ่อพันแม่ เขาก็พูดกันไปตามวิสัยของเขากันเอง ไม่ใช่เรื่องของผม เขาจะคิดยังไงก็เรื่องของเขา"
ไปยื่นหนังสือต้องการอะไร?
ภูมิวัฒน์ : "สิ่งที่ผมเรียกร้องชัดเจนคือหนึ่งต้องการให้รัฐติดตามกรณีการอุ้มสูญหาย ไม่ใช่แค่กรณีคุณวันเฉลิม แต่รวมไปถึงนักกิจกรรมทางการเมืองคนอื่น ที่ถูกบังคับสูญหายเหมือนกันในต่างประเทศ สองผมต้องการให้มีการผลักดันพ.ร.บ.อุ้มหายแบบนี้"
เขากล่าวหากันรุนแรงแบบนี้ รัฐบาลไทยทำอะไรได้บ้าง?
รณณรงค์ : "โดยส่วนใหญ่ผมยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไปที่รัฐสภา จริงๆ ต้องไปกระทรวงการต่างประเทศ ถ้ากระทรวงการต่างประเทศไม่ทำงานให้ก็อีกเรื่องนึง พอไปเสร็จก็ใช้ความสัมพันธ์ทางการทูตค่อยประสานงานตร. หรือเจ้าหน้าที่เขมรให้สืบสวนคดีนี้ ถ้าเขาไม่ทำค่อยดำเนินการต่อ ไม่ใช่ไปบอกเลยว่าภาครัฐบาลไทยทำโดยที่ไม่มีหลักฐานอะไรเลย"
การไปที่รัฐสภา อาจมีคนคิดว่าน้องก็กำลังมีในใจ โทษว่ารัฐบาลไทยทำ?
ภูมิวัฒน์ : "ผมไม่คิดอย่างนั้นเลย ตอนที่ไปผมคิดในใจอย่างเดียว คนๆ นึงหายไป คนเป็นพ่อเป็นแม่รู้สึกยังไง ผมเคยหายไปจากบ้านพ่อแม่เสียใจหนักมาก ดังนั้นผมรู้สึกว่าผมเข้าใจความรู้สึกคนเป็นพ่อแม่พี่น้องที่อยู่ดีๆ เขาไม่สามารถติดต่อลูกชายเขาได้เป็นอย่างดี"
แม้ว่าเขาผิดถูกยังไงต้องตามหา?
ภูมิวัฒน์ : "ใช่ครับ"
ทนายบอกว่าเรื่องอย่างนี้ถ้าจะเริ่มต้น ต้องเริ่มที่กระทรวงการต่างประเทศ น้องจะไปมั้ย?
ภูมิวัฒน์ : "ไปครับ ถ้ามีคนชวนผมไป ผมก็จะไปแน่นอน"
ญาติต้องไปเขมร จะแนะนำญาติเขามั้ย?
ภูมิวัฒน์ : "ผมไม่รู้จักญาติเขาส่วนตัว แต่ถ้ามีช่องทางติดต่อผมจะประสานงานให้แน่นอน และอาจเชิญคุณทนายไปให้คำปรึกษาเรื่องคดีนี้ด้วย"
กรณีสวยแต่มงไม่ลงตอนไปนางงามจักรวาล เราอยู่ด้วยความหวาดกลัว เราจะมีความหมายอะไร ถ้าไม่แสดงความคิดเห็นตรงนี้ วันเฉลิมหายไปไหน ทำไมไม่ทำอะไร คิดยังไง?
รณณณงค์ : "วันเฉลิมไม่ได้หายที่เมืองไทยนะครับ ถ้าวันเฉลิมหายที่เมืองไทย เจ้าหน้าที่ไทยเอาไปดูแลอันนี้สามารถวิจารณ์ได้เต็มที่ แต่อันนี้ไปอยู่ต่างแดน ยังไม่รู้เลยว่าเป็นเรื่องธุรกิจ ส่วนตัวหรือชู้สาว ถ้ามาสอบสวนที่เมืองไทยแล้วพี่สาวไม่สามารถให้ข้อมูลอะไรได้ ตำรวจไทยก็ทำอะไรไม่ได้ เอาง่ายๆ ถ้าเกิดที่เมืองไทย เขาต้องถามว่าคุณมีเหตุขัดแย้งกับใครบ้าง คุณบอกรัฐบาล หน่วยงานไหน ใครที่คุณขัดแย้งด้วย กระทรวงไหน กรมไหนก็ต้องบอกข้อมูลได้ ไม่ใช่ลอยๆ ว่ารัฐบาล แล้วมันใครล่ะ มันกว้างเกินไป"
ถ้าเป็นทนาย เขาบอกได้คุยกับน้อง 30 นาที แต่สิ่งที่ออกมาจากน้อง น้องบอกว่าเขาหายใจไม่ออก ถ้าเป็นทนายจะถามอะไรบ้างใน 30 นาที?
รณณรงค์ : "ไปอยู่ที่นั่นใช้เงินที่ไหน ไปทำธุรกิจอะไร เข้าไปได้ยังไง มีเหตุโกรธเคืองกับใคร น้องได้เล่าให้ฟังมั้ย แค่นี้สามารถรู้ได้เลยว่าจะเป็นกลุ่มไหน"
ทำไมออกมาแค่เรื่องหายใจไม่ออก?
รณณรงค์ : "มันอาจมีข้อมูลบางอย่างที่เขารู้และไม่อยากเปิดเผยในที่สาธารณะหรือเปล่า ถ้าเราอยากให้เขาตามตัวมาเป็นๆ เราต้องให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ แล้วมาบอกเจ้าหน้าที่รัฐทำแล้วไม่ให้ข้อมูล ไม่ได้ ในเมืองไทยถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐทำ เราก็มีปปช. หรือหน่วยงานอื่นมาคานอำนาจกัน ไม่ใช่ปล่อยประละเลย ที่เขมรก็น่าจะมีเหมือนกัน แต่เราต้องไปเริ่มต้นที่กฎหมายเขมรก่อน"
น้องเขาบอกหายใจไม่ออก แต่ไม่มีอย่างอื่นเลย ในฐานะที่น้องทำเรื่องนี้ อยากรู้ข้อมูลอะไรบ้าง?
ภูมิวัฒน์ : "ถ้าเกิดผมเป็นพี่สาว ผมน่าจะได้ติดต่อกับเขามาตลอด เรื่องเขาทำอะไรที่ไหน หากินยังไง ตลอดหลายปีเขาก็คงรู้ คงไม่ได้มารู้แค่ในบทสนทนา 30 นาทีหลัง ส่วนเรื่องหายใจไม่ออก ผมก็มองว่ามันยังมีความเป็นไปได้ ยังไม่ควรถูกตัดทิ้งไม่ว่าจะมุมไหน เราลองดูกรณีที่เกิดขึ้น เรื่องเก่าๆ ที่ผ่านมา มีคำว่าหายใจไม่ออกบ่อย ที่อเมริกาก็มีหายใจไม่ออก 4-5 คนมาแล้ว ที่เป็นคนผิวสี หรือกรณีตากไบ ยุคคุณทักษิณ มีคนไปซ้อนๆ อุ้มๆ เรียงๆ กองๆ กันเหมือนไม่ใช่มนุษย์ เขาก็พูดกันว่าหายใจไม่ออก ตอนเขาอยู่และขาดหายใจกันตาย คิดว่าเขาอาจหายใจไม่ออกจริงๆ ก็ได้ และความเป็นไปได้ตรงนี้ก็ไม่ควรถูกตัดทิ้ง"
ทนายล่ะ?
รณณรงค์ : "อันนี้เป็นเรื่องกรรมาวิธีไปเอาตัวเขามา มันบอกได้อย่างหนึ่งว่าเขาไม่อยากจะไปด้วย แต่ถูกใช้กำลังบังคับไป ทีนี้ต้องมาดูว่าใครบังคับเขาไป แต่กรณีนี้ต่างจากการเหยียดผิวสีที่อเมริกา ของฟรอยด์ เขาไม่ได้หนีหมายจับไปต่างประเทศนะครับ ของคุณวันเฉลิมมีหมายจับที่เมืองไทย แล้วก็ไปต่างประเทศ และก็หายไป มันไม่เหมือนกัน"
ในแง่ของพยานหลักฐานล่ะ?
รณณรงค์ : "ของฟรอยด์ มันเห็นชัดเจน มีเจ้าหน้าที่ตร.กระทำชัดเจน แต่งตัวเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐชัดเจนแต่อาจจะลงมือเกินกว่าเหตุไปก่อน แต่ของคุณวันเฉลิม ยังไม่รู้เลยใครดำเนินการ เป็นมาเฟีย เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลอื่น ยังตอบไม่ได้เลย"
หลายคนตั้งข้อสงสัย ว่าเขาคุยกันตั้ง 30 นาที แต่พี่สาวเอาออกมาแค่หายใจไม่ออก ในฐานะผู้เคลื่อนไหว ถ้ามีโอกาสได้เจอพี่สาวเขา จะถามคำถามอะไรเขาบ้างเพื่อให้การเคลื่อนไหวมีความชอบธรรม?
ภูมิวัฒน์ : "ผมไม่ถามอะไรเลยครับ อย่างแรกเป็นเรื่องส่วนตัว สองผมไม่แคร์ว่าเขาจะโดนอะไร ทำยังไง เรื่องคดีเป็นเรื่องคดี เรื่องกฎหมายผมไม่อยากไปยุ่งด้วย มันยาก และผมไม่เข้าใจแน่นอน ผมโง่เกินไป แต่ที่ผมสนใจคือเขาเป็นคน เป็นมนุษย์ เขาเป็นคนหายตัวไป ถ้าวันนึงดร.เสรีหายไปจากบ้านพักที่อเมริกา ผมก็จะไปช่วยตามหาให้แน่นอน ผมกล้ายืนยันเรื่องนี้แน่นอน"
โดยไม่ต้องรู้อะไรเพิ่มเติม?
ภูมิวัฒน์ : "ใช่ครับ"
แล้วไม่อยากรู้เรื่องอะไรเลยเหรอ เอาแค่ประเด็นเดียวว่าเขาหายไป?
ภูมิวัฒน์ : "ผมไม่อยากรู้ ผมไปซักไซร้ทุกอย่างไม่ได้"
เรื่องนี้จะเคลื่อนไหวยังไงต่อไป?
รณณรงค์ : "ผมต้องการเจอว่าเขาเป็นหรือตาย ถ้าตายต้องการเจอช้ินส่วนกระดูก ถ้ายังอยู่ต้องการเจอว่าอยู่ที่ไหนและใครเอาไป และผมต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอาตัวเขากลับมาให้ได้ แม้เขาจะอยู่ต่างประเทศ เราต้องไปตามขั้นตอนกฎหมายทุกอย่างที่เราไปถึง เราจะไม่ลัดขั้นตอน ถ้าหน่วยงานไม่ดำเนินการ เราค่อยดำเนินการกับหน่วยงานที่สูงกว่าอีกทางนึง อย่างกรณีนี้ผมเชื่อว่าศักยภาพในเขมรจะต้องหาตัวได้ว่าใครเป็นคนเอาตัวไป เพียงแต่ข้อมูลเขามีน้อย ยกตัวอย่างผู้ลี้ยภัยในต่างประเทศมาหายที่เมืองไทย ผมบอกได้เลยว่าคดีระดับนี้ ผบ.ตร. ในเมืองไทยลงมาดูคดีเองแน่นอน เพียงแค่สถานทูตในประเทศนั้นๆ ร้องขอเข้ามา ความสัมพันธ์ทางการทูตทำให้หลายคดียิ่งกว่าคดีคนหาย อย่างเด็กพม่าที่หลบหนีเข้ามาหายในไร่อ้อย ใครจะไปนึกว่าวันดีคืนดี หน่วยงานทุกหน่วยงานของรัฐบาลไทยเข้าไปช่วยเด็กต่างด้าวคนหนึ่ง ผมมองว่าเป็นเรื่องสำคัญและเป็นเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพียงแต่ว่าต้องไปให้ถูกขั้นตอน ไม่ใช่มาโจมตีว่ารัฐบาลไม่ทำอะไรเลย เขาอาจจะทำก็ได้แต่ไม่จำเป็นต้องบอกทุกอย่าง"
มีเรื่องโผล่ออกมาว่าวันเฉลิมอาจมีเรื่องเกี่ยวข้องกับกัญชา เพราะเขาโพสต์ในเฟซว่านอนไม่หลับมาหลายวันแล้ว เนื่องจากมีความขัดแย้งทางธุรกิจ ซึ่งมีมาเฟียเข้ามาเกี่ยวข้อง ทนายคิดยังไง?
รณณรงค์ : "อันนี้ต้องไปสืบสวน สอบสวนมา ถ้าพูดมาอย่างนี้ ถ้าเป็นตร.ไทย ภายใน 24 ชม. ตามตัวเจอ ก็รู้แล้วไงว่าใครเอาไป ใครเป็นผู้ขัดแย้ง ตร.ก็ไปตามตัวมาเลย หาวิธีสืบจนเจอ"
สันนิษฐานว่ามาเฟียเอาตัวไป?
รณณรงค์ : "ครับ ก็ถึงบอกให้ญาติไปให้ข้อมูลที่เขมร ให้ตร.เขมรดำเนินการให้"
พอมาถึงตรงนี้มีแฉกที่สองว่าเป็นไปได้มั้ยว่าเป็นความขัดแย้งทางธุรกิจ บางคนบอกว่าเป็นไปได้มั้ยเขาทำผิดกฎหมายแล้วตร.จับไป?
รณณรงค์ : "แต่โดยหลักทั่วไปของนานาประเทศ ถ้าเจ้าหน้าที่ตร.จับกุมไปเขาต้องแจ้งญาติ และต้องมีการดำเนินการตามกฎหมาย เอาตัวไปที่โรงพัก คือหลักทั่วไปของนานาชาติต้องมีการแจ้ง ไม่ใช่อุ้มหายไปเลย เขมรเขาก็มีศาล มีระบบตุลาการในการตัดสินคดี ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการเขา"
เมื่อเรามีข้อมูลเรื่องกัญชา มาเฟีย ตร. น้องจะมีข้อสันนิษฐานอะไรเพิ่มเติมมั้ย?
ภูมิวัฒน์ : "ผมเองผมไม่รู้ ไม่แน่ใจอะไรเลย สิ่งเดียวที่ผมนึกออก ผมต้องการให้รัฐเข้ามามีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะยิ่งเราไม่รู้ข้อมูลอะไร รัฐยิ่งต้องเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องตรวจสอบเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น"
แล้วรัฐเราทำอะไรได้มั้ย?
รณณรงค์ : "คือมันอยู่ในพื้นที่ต่างประเทศ เราทำได้คือการขอความร่วมมือ เราบอกว่าเราจะส่งตร.ไปสืบคดีเองเนี่ย มันไม่ได้ มันอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของเรา ถ้าต่างประเทศต้องผ่านกระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น"มีข่าวอยู่ในโซเชียล จริงแท้แค่ไหนไม่รู้ บอกว่าคนๆ นี้ไม่มีบันทึกใดๆ ว่าเข้าไปในเขมร ไม่มีตัวตนอะไรเลย เขมรถามว่าที่เรียกร้องจะให้เขาทำอะไร แล้วจะให้เขาทำอะไร ในเมื่อคนๆ นี้ ไม่มีตัวตน คิดยังไง?
รณณรงค์ : "อันนี้แสดงว่าตอนเข้าไป เข้าไปไม่ถูกกฎหมาย เลยไม่มีข้อมูลการเข้าเมือง แต่ทีนี้ไม่ใช่แปลว่าเขาไม่ได้เข้าไป เมื่อวงจรปิดมันยืนยันว่าเขามีตัวตนอยู่ เจ้าหน้าที่ของรัฐโดยนานาชาติก็ต้องเข้าไปดูว่าเขาหายไปยังไง ผมว่าตรงนี้ต่างหากที่สำคัญ ถ้าหากรัฐบาลไทยขอความร่วมมือได้ เจอตัวมา ตร.เขมรก็ดำเนินคดีเข้าเมืองผิดกฎหมายไป แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคนอื่นมีสิทธิ์ไปเอาชีวิตเขาได้ เพราะฉะนั้นต้องเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายทุกอย่าง"