เนชั่นทีวี

ข่าว

'มะม่วง-ฝรั่ง-ลำไย'ครองใจสิงคโปร์ ส่งออกเพิ่ม 4.83

09 มิ.ย. 2563 | kannika_run

'มะม่วง-ฝรั่ง-ลำไย'ครองใจสิงคโปร์ ส่งออกเพิ่ม 4.83

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยส่งออกผลไม้ไทยไปตลาดสิงคโปร์ 4 เดือนยังสดใส เพิ่มขึ้น 4.83% ภาพรวมยังแข่งขันได้ดี แนะผู้ผลิต ผู้ส่งออก เร่งเพิ่มมูลค่าผลไม้ด้วยนวัตกรรม และเจาะตลาดผลไม้ออร์แกนิก หลังมีแนวโน้มเติบโตสูง

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานผลการสำรวจตลาดผลไม้ของไทยในตลาดสิงคโปร์ จากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงสิงคโปร์ โดยพบว่าในช่วง 4 เดือนของปี 2563 (ม.ค.-เม.ย.) สิงคโปร์มีการนำเข้าผลไม้จากไทยมูลค่า 11.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.83% โดยผลไม้ไทยมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 5.06% ของการนำเข้าผลไม้ทั้งหมดของสิงคโปร์ โดยผลไม้ที่มีการนำเข้ามากที่สุด ได้แก่ มะม่วงสดและแห้ง ฝรั่งสดและแห้ง ลำไยสด มะพร้าวอ่อน ลำไยอบแห้ง ทุเรียน แตงโม มังคุด สับปะรด กล้วย ส้มโอ เงาะ มะขาม ลิ้นจี่ เป็นต้น ทั้งนี้ หากพิจารณาเฉพาะผลไม้สด พบว่า สิงคโปร์นำเข้าผลไม้สด จากไทย ช่วง ม.ค.-เม.ย 63 มีอัตราขยายตัวสูงถึง 10.24% โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมีกำหนดจัดงานเทศกาล Thai Fruits Golden Month เพื่อส่งเสริมการบริโภคผลไม้ในตลาดสิงคโปร์ในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้
ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดผลไม้ในสิงคโปร์ ยังเติบโตต่อเนื่อง แต่มีการแข่งขันกันสูง เนื่องจากผู้บริโภคสิงคโปร์มีกำลังซื้อสูง และนิยมเลือกซื้อสินค้าผลไม้ที่มีคุณภาพ คุ้มค่ากับราคา และเริ่มให้ความสำคัญกับการบริโภคผลไม้อินทรีย์เพิ่มมากขึ้น จากการที่ผู้บริโภคใส่ใจในเรื่องสุขภาพ และการปกป้องสิ่งแวดล้อม

น.ส.สุปราณี ก้องเกียรติกมล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงสิงคโปร์ กล่าวว่า ปัจจุบันสิงคโปร์ได้มีการวางแผนและพัฒนาการทำเกษตรในเขตเมืองด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือ Living Lab เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า แต่ขณะนี้ยังเน้นการปลูกผักเป็นหลัก ดังนั้น ผลไม้จึงยังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศเป็นหลักต่อไป จึงเป็นโอกาสของไทยในการขยายการส่งออกผลไม้ไปยังสิงคโปร์ได้เพิ่มขึ้น โดยมีความต้องการผลไม้แบบแช่เย็นแช่แข็ง และผลไม้ออร์แกนิกเพิ่มขึ้น โดยมีคู่แข่งสำคัญ ที่มีผลไม้ใกล้เคียงกับไทย เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย เมียนมา เป็นต้น
นอกจากนี้มีรายงานว่ารัฐบาลสิงคโปร์ได้ประกาศมาตรการช่วยเหลือธุรกิจสิงคโปร์หลายมาตรการ ภายใต้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 3 แพ็กเกจ มีมูลค่ารวม 59.9 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ และยังมีการประกาศแพ็กเกจ E-Commerce Booster ที่ให้การสนับสนุนและผลักดันให้ผู้ประกอบการภาคการค้าปลีกในสิงคโปร์ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจจากออฟไลน์เป็นออนไลน์ เพื่อให้ผู้ประกอบการค้าปลีกสามารถประคองตัวได้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก รวมถึงสามารถพัฒนาศักยภาพในการทำธุรกิจเพื่อการก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้พร้อมกันทั้งประเทศ ซึ่งก็เป็นโอกาสสำหรับผู้ส่งออกไทย ที่จะร่วมมือกับผู้นำเข้าในการทำตลาดผลไม้ไทยทางออนไลน์ด้วย

ข่าวล่าสุด