วันนี้(9 มิ.ย.2563) ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี หรือ หมู่อาร์ม เสมียนงบประมาณแผนกโครงการและงบประมาณกองแผน โครงการศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์ กรมสรรพาวุธทหารบก พร้อมด้วยน.ส.ณัฏฐา มหัธนา นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชน ในฐานะผู้จัดตัั้งแคมเปญ "ประชาชนเพื่อการปฏิรูปกองทัพ" เรียกร้องให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) ใช้อำนาจตามกฎหมายในการคุ้มครองพยานที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 หมวด 7 มาตรา 133 ด้วยการย้ายให้ ไหมู่อาร์ม" ไปสังกัดยังหน่วยงานอื่นตามคำร้องที่เคยยื่นไว้อย่างเร่งด่วน
โดย "หมู่อาร์ม" ได้นำรายชื่อผู้เข้าสนับสนุนกว่า 6,300 คน มายื่นต่อ ปปช. เพื่อทวงถามความคืบหน้า หลังยื่นขอคุ้มครองพยานเข้ามาตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม และไม่ได้รับการติดต่อใดๆเป็นเวลานานกว่า2เดือน
น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า หมู่อาร์ม ได้มายื่นคำเรื่องร้องเรียนที่ ปปช.ตั้งแต่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา และยื่นคำร้องขอย้ายหน่วยงานด้วย เพราะหลังเปิดโปง ก็ย่อมไม่มีความปลอดภัยในการกลับไปทำงานที่เดิม และขณะนี้หมู่อาร์มมีความเสี่ยงที่จะถูกปลด และถูกดำเนินการในศาลทหาร เพราะหนีราชการเกิน 15 วัน
จึงขอเรียกร้องไปยังผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ขอให้ชะลอคำสั่งปลด "หมู่อาร์ม" เพราะ "หมู่อาร์ม" ไม่ได้มีเจตนาที่จะหนีราชการและให้ความเป็นธรรมตามกระบวนการโดยให้ ปปช.ทำงานให้ทันเวลา เพื่อปปช.จะได้ไม่โดนข้อหาในการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ทั้งนี้ มองว่า หาก ปปช.ไม่ดำเนินการคุ้มครองพยานก็จะไม่มีทหารชั้นผู้น้อยกล้าออกมาเปิดโปงการทุจริต และนี่ถือเป็นด่านแรกของการปฏิรูปกองทัพด้วย