นายทรงวุฒิ พูลเกิด อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่205/1 หมู่ 7 บ้านควนลำภู ต.ปริก อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราชอาชีพช่างซ่อมรถสิบล้อ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วยเพื่อนบ้านรวม30 คน ช่วยกันขุดต้นตะเคียนทองอายุกว่า 100 ปี ขนาดใหญ่ 2 คน ยาวประมาณ 3 เมตรที่ฝังอยู่ชายคาหลังบ้าน หลังจากเมื่อ 20 วันที่ผ่านมา นางสุภาพ แก้วสาร อายุ 63ปี แม่ยายของตนเกิดล้มป่วย แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก และอาเจียนตลอดเวลาตนและภรรยาจึงพาไปหาหมอ ที่คลินิกแห่งหนึ่งในตลาดจันดี อ.ฉวาง แต่ระหว่างทางแม่ยาย เกิดอาการช็อคหมดสติ จึงรีบพาไปโรงพยาบาลพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ อ.ช้างกลางจ.นครศรีธรรมราช เมื่อถึงโรงพยาบาลปรากฏว่าแม่ยาย หมดสติ ชีพจรเต้นอ่อนแพทย์จึงส่งต่อโรงพยาบาลทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราชที่มีเครื่องมือทางการแพทย์พร้อมกว่า ต่อมาแพทย์ทำการรักษาและให้นอนที่โรงพยาบาลรวม 5 วัน ขณะที่แม่ยายของตนเริ่มมีอาการบวมพอง แน่นหน้าอกและอาเจียนซึ่งแพทย์ระบุว่า แม่ยายป่วยโรคไตขั้นร้ายแรง จำเป็นต้องฟอกไตตามที่แพทย์นัดจากนั้นแพทย์อนุญาตให้แม่ยายกลับมารักษาตัวที่บ้าน
ขณะที่ญาติๆ เชิญหมอไสยศาสตร์เพื่อประกอบพิธีรักษาตามความเชื่อ โดยหมอไสยศาสตร์ระบุว่าบริเวณหลังบ้านมีต้นไม้ใหญ่ฝังดินอยู่ และให้โทษคนในครอบครัวจะเกิดล้มป่วยไข้ไม่สบาย แต่ทางญาติยังไม่เชื่อ ต่อมาวันที่ 6 มิ.ย.63มีร่างทรงท้าวเวชสุวรรณ ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของนายทรงวุฒิที่เคารพนับถือตามความเชื่อมาประทับร่างทรงพร้อมบอกว่าให้ขุดแม่ตะเคียนทองที่ฝังอยู่ในดินใต้ชายคาหลังบ้าน เพราะแม่ตะเคียนทองต้องการขึ้นจากใต้ดินที่สำคัญบริเวณที่ต้นตะเคียนถูกฝัง เจ้าของบ้านนำสุนัขมาผูกไว้ และสุนัขอุจจาระปัสสาวะใส่ต้นตะเคียนทอง เป็นการลบลู่เจ้าแม่ตะเคียนทอง ทำให้คนในครอบครัวล้มป่วย
ต่อมานายทรงวุฒิ และคนในครอบครัวนำสุนัขไปผูกเลี้ยงไว้บริเวณหน้าบ้าน พร้อมกับนิมนต์พระสงฆ์ประกอบพิธีขอขมาตามความเชื่อ และติดต่อรถแบ็คโฮ เพื่อขุดต้นตะเคียนทองขึ้นมาแต่ปรากฏว่าไม่มีรถใครกล้าขุด จึงมีการระดมกำลังเพื่อนบ้านช่วยกันขุด โดยใช้เวลา 4ชั่วโมง จึงสามารถนำต้นตะเคียนขึ้นมาได้สำเร็จ
เมื่อสอบถามพระสงฆ์ เพื่อต้องการนำต้นตะเคียนไปไว้ที่วัดแต่ทางพระสงฆ์บอกว่า ไว้ต้นตะเคียนที่บ้านก็ได้ แต่ต้องตั้งไว้ที่สูงอย่างไรก็ตามหลังขุดต้นตะเตียนขึ้นมาแล้ว ปรากฏว่าแม่ยาย ที่ป่วยหนักอาการดีขึ้นตามลำดับ จึงเชื่อว่าเจ้าแม่ตะเคียนทองคงปลดปล่อยความเจ็บป่วยคนในครอบครัว
นายริน แก้วสาร อายุ 66 ปี สามีผู้ป่วย เผยว่าปกติแล้วตนไม่เชื่อเรื่องลี้ลับแบบนี้ แต่ครั้งนี้ยอมรับและเชื่อสุดตัวเนื่องจากระหว่างที่ภรรยาเข้าโรงพยาบาล ส่วนตนนอนอยู่ที่บ้านตกดึกจะมีมือใครปริศนาดึงบริเวณเท้าจนตกใจตื่นทุกคืนที่สำคัญภรรยาของตนอาการป่วยดีขึ้นตามลำดับ
ยายไสว วิมล อายุ 87 ปี เปิดเผยว่าตนเคยเห็นต้นตะเคียนทองต้นนี้ล้มนอนอยู่บริเวณดังกล่าวตั้งแต่สมัยยังเป็นวัยรุ่นต่อมาต้นตะเคียนทองถูกทับถมจนจมดินหายไปและมาพบอีกครั้งเมื่อมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังชาวบ้านทราบข่าวโดยเฉพาะบรรดาคอหวย ไม่พลาดที่จะแห่มาขอเลขเด็ด พร้อมนำดอกไม้ธูป เทียนและแป้งฝุ่น เพื่อลูบ ถู ต้นตะเคียนหาเด็ดไปเสี่ยงโชคอย่างไรก็ตามมีการตกลงกันว่าจะนำต้นตะเคียนทองที่ขุดขึ้นมาไปเก็บรักษาไว้ที่วัดควนอุโบสถ หมู่ 3 ต.ปริก อ.ทุ่งใหญ่