ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และมีชื่อตนอยู่ด้วยนั้นไม่ทราบ แต่การปรับครม.เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี แต่วันนี้ส่วนตัวอยากโฟกัสกับการทำงานในตำแหน่งส.ส.ที่ประชาชนไว้วางใจ สำหรับตำแหน่งในครม. เป็นอำนาจของนายกฯ ดังนั้น วันนี้ขอเดินหน้าทำงานให้ประชาชนตามอุดมการณ์ของตนเองก่อน
น.ส.วทันยา กล่าวถึงคุณสมบัติของคนจะมาเป็นหัวหน้าพรรค จะต้องเป็นผู้นำที่มีความเข้มแข็ง มีความเป็นธรรมให้กับสมาชิก และมีวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนพรรค เพื่อให้พรรคมีความเป็นหนึ่งเดียว และสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนชื่อแคนดิเดตที่มีชื่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานยุทธศาสตร์พรรคฯ จะมานั่งเป็นหัวหน้าพรรคนั้น มองว่าพล.อ.ประวิตร มีความเมตตาและมีความอาวุโส และ ส.ส.ทุกคนให้ความเคารพอยู่แล้ว ดังนั้น ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสมาชิกในการเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค
น.ส.วทันยา กล่าวยืนยันว่า การรวมกลุ่มครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อตั้งพรรคใหม่ และไม่ได้มีความคิดแบบนั้น เพราะส่วนตัวยังเชื่อมั่นว่าพรรคพลังประชารัฐยังมีความเข้มแข็งที่จะเดินหน้าอยู่ แต่ระบอบประชาธิปไตยอาจจะมีความแตกต่างทางความคิดได้ แต่ยังเชื่อว่าเมื่อทุกคนเข้าใจกัน จะยังเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศและประชาชนต่อไป เพราะทุกคนล้วนแต่เป็นคนมีความสามารถ