สำหรับขบวนการทุจริตเงินอุดหนุนคนพิการ สืบเนื่องจากรัฐกำหนดให้นายจ้างและผู้ประกอบการเอกชนต้องจ้างงานคนพิการ หรือจ่ายเงินอุดหนุนทดแทนกรณีไม่จ้างงาน ตามมาตรา 33, 34 และ 35 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จะจ้างตรง หรือจ้างเหมาบริการ เช่น จัดพื้นที่ให้ขายของ แบบไหนก็ได้ / โดยจะต้องจ่ายค่าจ้างให้คนพิการเท่ากับอัตราค่าแรงขั้นต่ำ เดือนละ 9 พันกว่าบาท แต่ปรากฏว่ามีขบวนการหักหัวคิว หรือไม่ก็เอาชื่อคนพิการไปเบิกเงินเข้ากระเป๋ากันดื้อๆ ซึ่งทางเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการประมาณการว่า ความเสียหายน่าจะอยู่ที่ราวๆ ปีละ 1,500 ล้านบาท
ที่ผ่านมา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ได้เข้าไปตรวจสอบข้อมูลทุจริตโกงเงินคนพิการ พบว่ามีมูลหลายกรณีในหลายจังหวัด แต่การเดินหน้าเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นไปอย่างล่าช้า ส่วนการตรวจสอบเพื่อเอาผิดของหน่วยงานในกระทรวง พม. หรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็ไม่ค่อยคืบหน้าเช่นกัน / สิ่งที่คืบหน้าเร็วกว่าคือการระดมฟ้องแกนนำคนพิการ แต่ก็ยังดีที่เครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการชนะคดี และเตรียมเดินหน้าใช้กลไกกฎหมายฟ้องร้องเอาผิดผู้เกี่ยวข้องด้วยตัวเอง