เนชั่นทีวี

ข่าว

"พิชัย"จี้"บิ๊กตู่"เร่งปรับเปลี่ยน ครม. เศรษฐกิจ

06 มิ.ย. 2563 | thongthai_raw

"พิชัย"จี้"บิ๊กตู่"เร่งปรับเปลี่ยน ครม. เศรษฐกิจ

"อดีตรมว.พลังงาน"บี้"ประยุทธ์"เร่งปรับเปลี่ยน ครม. ทีมเศรษฐกิจ ชี้ ปรับ ครม. เท่ากับยอมรับความล้มเหลวทางเศรษฐกิจ พร้อมแนะ ต้องไม่เป็นหัวหน้าทีมเองเพราะไม่เก่ง

(6 มิถุนายน 2563) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน กล่าวว่า กระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้น ส่วนตัวมองว่าซึ่งควรดำเนินการมานานแล้ว เนื่องจากล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจมาโดยตลอด และอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ได้ศึกษาบทเรียนในการคัดเลือกบุคลากรเข้าบริหารเศรษฐกิจ ว่าควรต้องเป็นคนมีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ไม่ใช่มีแค่ภาพเก่งแต่การตลาด แต่บริหารไม่เป็น 
"โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ไม่เก่งเศรษฐกิจตามที่ยอมรับเอง และตามที่ได้แสดงออกมาให้เห็นโดยตลอด ก็ยิ่งจะต้องการคนเก่งมากขึ้น และอย่าถูกหลอกให้เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเองอีก เพราะหัวหน้าทีมต้องสามารถแยกแยะได้ว่าอะไรดี อะไรไม่ดีและตัดสินใจได้ในทันที ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ อาจไม่มีความสามารถที่จะทำได้ หรือ อาจจะทำผิดๆ แบบที่ผ่านมา"อดีตรมว.พลังงาน กล่าว 
อย่างไรก็ดี การปรับครม. เศรษฐกิจควรเร่งปรับโดยด่วนอย่าปล่อยคารารคาซัง เพราะจะเกิดความไม่แน่นอนในแนวทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปัจจุบันที่ตัวเลขเศรษฐกิจออกมาย่ำแย่หนัก นอกจากเศรษฐกิจไทยจะถดถอยมากและจีดีพีติดลบหนักแล้ว รัฐบาลยังขาดดุลบัญชีเดินสะพัดกว่า 3 พันล้านเหรียญ ซึ่งสูงสุดในรอบ 20 ปี และเงินเฟ้อติดลบที่ -3.44% ต่ำสุดในรอบ 10 ปี หรือเรียกว่าเข้าสู่ภาวะเงินฝืด เป็นต้น ซึ่งน่าห่วงมาก เพราะเศรษฐกิจที่ทรุดลงหนัก จะฟื้นกลับมาได้ลำบากมาก

นายพิชัย กล่าวต่อว่า การปรับ ครม. เศรษฐกิจ จะเท่ากับยอมรับอย่างเป็นทางการว่า รัฐบาลล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจ ดังนั้น การปรับครม. เศรษฐกิจควรจะปรับรองนายกฯ ที่เคยคุมเศรษฐกิจออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบกับความล้มเหลว และกระทรวงการคลังที่ไม่ได้ผลงานในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ คิดได้แค่แจกเงินอย่างเดียว แถมแจกเงินยังถูกด่าเพราะล่าช้าและไม่ทั่วถึง ประชาชนเดือดร้อนจำนวนมากไม่ได้รับ และรมว.คลังก็ยอมรับความผิดพลาดเอง อีกทั้ง การเยียวยายังไม่เรียบร้อย แต่จะคิดแจกเงินเที่ยว แจกเงินช้อปปิ้ง กันอีก "ทั้งที่ในอดีตไม่เคยประสบความสำเร็จ และไม่ได้เป็นการฟื้นเศรษฐกิจอย่างแท้จริง นอกจากนี้ อาจจะรวมไปถึง ครม. เศรษฐกิจคนเดิมๆที่เปลี่ยนกระทรวง เช่น กระทรวงพลังงาน เพราะที่ผ่านมากระทรวงพลังงานมีการดำเนินงานอย่างสับสน จะเพิ่มสัดส่วนเอทานอลในน้ำมันทั้งที่เอทานอลแพงกว่าน้ำมันหลายเท่าตัว การออกใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าที่มีราคาซื้อไฟฟ้าสูง ทั้งที่มีการผลิตไฟฟ้าล้นเกินความต้องการใช้มาก รวมถึงการตรวจสอบการทุจริตซื้อหุ้นเหมืองถ่านหินในอินโดนิเซียที่ขาดทุนอย่างมาก เป็นต้น ซึ่ง รมว.พลังงาน ไม่เคยอธิบายเรื่องเหล่านี้เลย ทั้งที่ได้มีการทักท้วงแล้วหลายหน แสดงถึงการยอมรับความผิดพลาดในการบริหารงาน"นายพิชัย ระบุ

นอกจากนี้ ควรปรับเปลี่ยนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ด้วย เพราะกระทรวงนี้มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศในอนาคต แต่กลับไม่มีผลงานอะไรแถมยังสับสนตลอด ตั้งแต่การตั้งหน่วยงานปราบเฟกนิวส์ แต่กลับถูกฟ้องเรื่องปล่อยเฟกนิวส์เอง จนถึงการจะทำไทยฟลิกซ์ เพื่อแข่งก้บเน็ตฟลิกซ์ โดยที่ไม่ได้ดูศักยภาพของตัวเองเลย ซึ่งทั้งสองเรื่องน่าจะมาจากความพยายามจะสร้างผลงาน เพราะกลัวถูกปรับเปลี่ยนแต่ไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอมากกว่าภาวะเศรษฐกิจ ต่อจากนี้ไปจะยิ่งหนักหนาสาหัสอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มารับผิดชอบทางเศรษฐกิจจะต้องมีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง จึงฝ่าฟันปัญหาไปได้ ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์จะต้องลาออกจากหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ และหาทีมบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญทางเศรษฐกิจมาเป็นแทน อีกทั้ง จะต้องสามารถแสดงให้ประชาชนได้เห็นแนวทางว่าประเทศไทยจะฟื้นฟูเศรษฐกิจต่อไปได้อย่างไรหลังวิกฤตไวรัสโควิด-19 ที่ปัจจุบันยังดูมืดมนไม่เห็นทิศทาง

ข่าวล่าสุด