นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด -19 เป็นมาตรการสำคัญเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดตามหลักวิชาการ ในการค้นหาผู้ติดเชื้อเร็วที่สุดและนำเข้าสู่การรักษา ช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อได้อย่างมีประสิทธิผล ที่ผ่านมา สปสช. ได้บรรจุเป็นสิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2563 จากข้อมูลผลดำเนินการถึงวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีห้องปฏิบัติการตรวจเชื้อโควิด-19 ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากกรมวิทยาการแพทย์และร่วมขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อเฉพาะด้านเทคนิคการแพทย์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจำนวน 148 แห่ง โดยเป็นหน่วยบริการภาครัฐ 104 แห่ง และภาคเอกชน 44 แห่ง
ทั้งนี้ช่วงระยะเวลาเกือบ 3 เดือนที่ผ่านมา มีประชาชนเข้ารับบริการตรวจคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยัน (RT-PCR) จำนวน 171,440 ครั้ง รวมเป็นค่าบริการจ่ายชดเชยจำนวน 418.22 ล้านบาท และเมื่อแยกข้อมูลผู้รับบริการตามสิทธิหลักประกันสุขภาพ พบว่าเป็นผู้มีสิทธิประกันสังคมที่เข้ารับบริการคัดกรองโควิด-19 มากที่สุดจำนวน 90,035 ครั้ง หรือ ร้อยละ 52.31 ผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) จำนวน 49,533 ครั้ง หรือร้อยละ 28.86 ผู้มีสิทธิสวัสดิการข้าราชการจำนวน 25,220 ครั้ง หรือร้อยละ 14.88 และสิทธิหลักประกันสุขภาพอื่นๆ อีกจำนวน 6,652 ครั้ง หรือร้อยละ 3.95 นอกจากนี้เมื่อดูบริการตรวจคัดกรองฯ โดยจำแนกตามเขต ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ กทม. เข้าถึงบริการมากที่สุดจำนวน 63,193 คน รองลงมาเขต 4 สระบุรีจำนวน 62,139 คน และเขต 6 ระยองจำนวน 12,445 คน