อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง อาจารย์อิสระภาควิชารัฐศาสตร์ และที่ปรึกษาการลงทุนระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นคนไทยที่อาศัยในแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย บอกกับเนชั่นทีวีว่า จอร์เจียเปรียบเสมือนศูนย์กลางด้านสิทธิมนุษยชนของสหรัฐ และเป็นสัญลักษณ์แห่งการประท้วงที่สำคัญ โดยผู้ประท้วงหลายพันคนใน 20 กว่ารัฐทั่วอเมริกา มีบางส่วนที่แสดงพฤติกรรมเผารถตำรวจ ทุบกระจกของอาคารต่างๆ และปล้นสะดมสินค้า แต่นั่นเป็นกลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้น เพราะต้องยอมรับว่ามีพวกฉวยโอกาสก่อเหตุอาชญากรรมรวมอยู่ด้วยส่วนคนที่ประท้วงจริงๆ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้ จอร์จ ฟลอยด์ ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง เป็นการออกมารวมตัวกันเองของผู้คนเอง และเป็นคนหลากหลายสีผิว ไม่เว้นแม้แต่ลูกสาวของตนก็ออกไปร่วมประท้วงเช่นกัน โดยลูกสาวเล่าว่าแม้กลุ่มผู้ประท้วงจะพยายามรักษามารยาทและความสงบในการประท้วง พร้อมทั้งรักษาระยะห่างทางสังคม เพื่อป้องกันโรคระบาดโควิด-19 แต่ก็จะมีคนบางกลุ่มแสดงออกด้านความรุนแรงอาจารย์กฤษฎา บอกต่อว่า อีกหนึ่งสาเหตุที่เป็นชนวนก่อให้เกิดการประท้วง ก็คือพิษจากไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้คนอดยาก ตกงาน และคนกลัวว่าชีวิตต่อจากนี้จะเป็นไปอย่างไร ทำให้เกิดความตรึงเครียด และปะทุขึ้นมาเมื่อเกิดการเสียชีวิตของ จอร์จ ฟลอยด์ จนทำให้น้ำมันเดือด ซึ่งตนมองว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคม และการถูกรังแกของคนผิวสีจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นอีกหนึ่งไวรัสที่แพร่ระบาดมานานแล้ว แต่ถูกพิษเศรษฐกิจยุคโควิดมากระหน่ำเข้าไปอีก