กลายเป็นเหตุการณ์ประท้วงที่บานปลายใหญ่โตไปเสียแล้ว หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา ได้จับกุม จอร์จ ฟลอยด์ ซึ่งเป็นชายผิวสีรายหนึ่งด้วยความรุนแรงเกินกว่าเหตุ จนทำให้ จอร์จ ฟลอยด์ ถึงขั้นเสียชีวิต สร้างความไม่พอใจให้กับชาวเมืองมินนีแอโพลิส และนำไปสู่การชุมนุมประท้วงที่ขยายวงกว้างไปทั่วประเทศ
อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐฯ บารัค โอบามา ได้ออกมาเขียนบทความ "ทำอย่างไรการลุกฮือครั้งนี้ ถึงจะเป็นจุดเปลี่ยนที่แท้จริง" ร่ายยาวถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น และการหาทางออก ซึ่งเป็นปัญหาที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน โดย โอบามา ได้แบ่งปัญหาออกเป็น 3 ประเด็น มีเนื้อหาบางช่วงบางตอน ดังนี้..
"ผู้คนหลายล้านคนทั่วประเทศพากันออกไปตามท้องถนนและเปล่งเสียงของพวกเขา เพื่อตอบโต้การสังหาร จอร์จ ฟลอยด์ และปัญหาความยุติธรรมที่ไม่เท่าเทียมกันอย่างต่อเนื่อง หลายคนถึงกับถามว่าเราจะรักษาแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงได้อย่างไร? ท้ายที่สุดมันจะขึ้นอยู่กับกลุ่มนักเคลื่อนไหวรุ่นใหม่ ที่จะเป็นผู้กำหนดเรื่องทั้งหมดนี้เวลาที่เหมาะสม แต่เชื่อว่ามีบทเรียนพื้นฐานบางอย่าง ที่มาจากความพยายามในอดีต
ประการที่ 1 - ภาพของการประท้วงทั่วประเทศแสดงให้เห็นถึงความโกรธแค้นอย่างแท้จริง ต่อความล้มเหลวมานานหลายทศวรรษในการปฏิรูปการปฏิบัติของตำรวจ และระบบความยุติธรรมในสหรัฐอเมริกา ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่มีความความกล้าหาญ มีความรับผิดชอบ และมีแรงบันดาลใจ ที่พวกเขาสมควรได้รับความเคารพ และการสนับสนุนของเราไม่ใช่การลงโทษ หรือจับกุมพวกเขา
ในทางกลับกันคนกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งที่ใช้ความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะด้วยความโกรธที่แท้จริงหรือเพียงแค่การฉวยโอกาส กำลังทำให้คนที่ไม่รู้เรื่องตกอยู่ในความเสี่ยง ประกอบกับการทำลายชุมชน และเบี่ยงเบนจากสาเหตุที่ใหญ่กว่า เขาเห็นผู้หญิงผิวดำสูงอายุคนหนึ่ง ที่ถูกสัมภาษณ์ด้วยน้ำตา เพราะร้านขายของชำเพียงแห่งเดียวในละแวกของเธอถูกปิดลง และร้านค้านั้นอาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ดังนั้นอย่าใช้ความรุนแรงเพื่อหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง หรือมีส่วนร่วม หากเราต้องการระบบความยุติธรรมให้ดำเนินการตามหลักหลักที่ถูกต้อง เราจะต้องสร้างแบบแผนของเราเอง