นายชัยนาท กล่าวอีกว่า ตอนนั้นตนรู้สึกแปลกใจมาก จนขนลุกซู่ คิดในใจว่าน่าจะเป็นไหโบราณ เนื่องจากบริเวณนี้ที่อยู่ในเขตโบราณสถานโนนบ้านเก่าเพียง100เมตร ซึ่งสมัยก่อนเคยได้ยินคนเฒ่าคนแก่พูดให้ฟังอยู่เสมอว่าเป็นชุมชนโบราณ อายุนับฟันปี เคยมีการขุดพบสิ่งของเครื่องใช้และกระดูกคนโบราณ8ศอกในพื้นที่ทำกินของชาวบ้านรอบๆบริเวณโนนบ้านเก่าบ่อยครั้ง และจากการที่ตนมาพบไหดังกล่าว จึงคิดว่าน่าจะเป็นไหโบราณด้วย ที่เพิ่งลอยขึ้นเหนือน้ำหลังจากรถแม็คโครมาขุดบ่อเลี้ยงกุ้ง แต่เพิ่งจะลอยโผล่ขึ้นมาให้เห็นดังกล่าว
นายชัยนาท กล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนที่ตนใช้มือลูบเพื่อสำรวจไหนั้น พบว่าปากไหยังสมบูรณ์ ผิวเรียบ ลื่นมือ แต่ยังไม่กล้าที่จะล้วงมือเข้าไปในปากไห และตอนนั้นที่ไหยังอยู่ในท่าลอยน้ำในแนวตั้งตรง ซึ่งน่าจะมีน้ำหนักเบา แต่พอลองจับปากไหและขึ้นกลับหนักอึ้ง พยายามยกหลายครั้งก็ยังยกไม่ขึ้น จึงใช้เสียมแหย่เข้าไปในปากไห แล้วออกแรงงัด แต่ก็ไม่สามารถยกไหขึ้นจากน้ำได้ สุดท้ายยกมือท่วมหัว แล้วกล่าวคำขอขมา โดยบอกกล่าวขออัญเชิญไห หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นใดที่มองไม่เห็นตัวตน ซึ่งเป็นเจ้าของไหไปเข้าอยู่ในวัด ที่ร่มรื่น เย็นสบาย ไม่ต้องอยู่ในดิน ในน้ำ ให้อึดอัดหรือร้อนหนาวอีกต่อไป จากนั้นลองยกไหดู ครั้งนี้ปรากฏว่าเบามือ สามารถยกขึ้นอย่างง่ายดาย แต่ปากไหกลับแตกบิ่น ซึ่งคิดว่าน่าจะมีรอยร้าวจากการถูกแม็คโครขุดแต่ทีแรก และพอตนใช้เสียมงัด จึงทำให้ปากไหที่ร้าวอยู่แล้วแตกออกจากกัน จากนั้นจึงได้เรียกลูกสาวให้นำรถเข็นมา เพื่อเคลื่อนย้ายไหมาไว้ที่ศาลาประดิษฐานพระพุทธรูปในเขตโนนบ้านเก่าดังกล่าว
นายชัยนาท ยังกล่าวอีกว่า พอนำไหโบราณ ซึ่งมีทรงเรียวสูง ผิวเรียบ สีเขียวอมเทา เป็นมันเลื่อม วาว สูงประมาณ50ซม. น้ำหนัก3กก. มาวางไว้ในศาลา เบื้องหน้าพระพุทธรูปมิ่งมงคล ตนได้จุธูปบอกกล่าวอีกครั้งว่า ขออนุญาตนำมาเก็บรักษาไว้ที่นี่ โดยไม่มีเจตนาลบหลู่ดูหมิ่น ทั้งนี้ เพื่อให้เจ้าของไห ซึ่งไม่ว่าจะเป็นวิญญาณปู่ย่าตายายท่านใด ก็โปรดอโหสิ เพื่อจะได้มีที่อยู่ที่สุขสบายกว่าเดิม ซึ่งอยู่ๆกลับมีคลื่นลมกรรโชกมาอย่างแรง ลักษณะเหมือนมีคนนำก้อนกรวดก้อนหินสาดลงมาจากยอดไม้ดังซู่ซ่าๆ แต่ก็พยายามตั้งสติและคิดว่า ดวงวิญาณหรือเจ้าของไหดังกล่าวรับรู้ และจะขึ้นจากที่ที่เคยอยู่ คือถูกฝังในดินกลางบ่อกุ้ง ขึ้นมาอยู่ที่ศาลาแห่งนี้ เพื่อให้โชคลาภกับลูกหลานที่มากราบขอ