ส่วนที่สาม 400,000 ล้านบาท นำไปใช้เพื่อการฟื้นฟู รู้สึกเศร้าใจเมื่อทราบข้อมูลจากรองเลขาธิการสภาพัฒน์ว่ามีความไม่พร้อมเรื่องโครงการที่จะบรรจุในวงงบประมาณ 400,000 ล้านบาทยังไม่พร้อม และอาจต้องมีการผ่อนผันการรวบรวมโครงการต่างๆเพื่อแก้ปัญหาฟื้นฟูเศรษฐกิจ จึงอยากจะบอกทางผู้บริหารว่า ไม่ได้บริหารการเงินร้านข้าวยำริมฟุตบาท แต่กำลังบริหารเงินกู้ของประเทศชาติที่จะมีผลถึงอนาคต ซึ่งจะมีปัญหาแน่นอน ดังนั้น ต้องมียุทธศาสตร์และแผนดำเนินการที่ชัดเจนทั้งนี้ ส่วนตัวขอเสนอให้งบประมาณ 400,000 ล้านบาทนี้ ต้องมี พ.ร.ก. เพิ่มอีกหนึ่งฉบับ เป็นแผนงานการฟื้นฟูเศรษฐกิจ รวบรวมโครงการมาทั้งหมด แล้วประกาศใช้ พ.ร.ก.ฟื้นฟูเพิ่มอีกหนึ่งฉบับ นี่คือข้อเสนอ เพราะขณะนี้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เร่งรัดปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละท้องถิ่นตามคำสั่งของสภาพัฒน์และกระทรวงอย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนยังสับสนอยู่ว่ารัฐบาลจะกู้เงินเท่าไหร่ กู้เงินที่ไหน ดอกเบี้ยเท่าไหร่ รัฐมนตรีและผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังไม่ชี้แจงข้อมูลชัดเจน แต่ที่ชัดเจนคือหลังจากกู้แล้วจะนำไปปล่อยกู้ต่อให้กับสถาบันทางการเงิน ร้อยละ 0.01 และปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ร้อยละ 2 แน่นอนว่าสถาบันทางการเงินจะได้กำไร ทราบว่ากระทรวงการคลังได้ขายพันธบัตรรัฐบาลไปกว่า 5 หมื่นล้านบาทแล้ว และเพิ่มเติมอีก 1.2 แสนล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 2.4 ของ 5 ปี และดอกเบี้ยร้อยละ 3 ของอายุ 10 ปี