อย่างไรก็ตาม ธุรกิจขนาดใหญ่เมื่อมีการเสนอสิทธิ์ซอท์ฟโลนให้ ก็ยอมต้องรับอยู่แล้ว เพราะไม่มีอะไรต้องเสีย ดอกเบี้ยก็ต่ำเพียง 2% ไม่ต้องใช้หลักประกันเพิ่มเติม ที่สำคัญเมื่อได้สิทธิ์ซอท์ฟโลนแล้ว ก็ไม่ดำเนินการตามเจตนารมณ์ของพ.ร.ก. ที่หวังให้มีการจ้างงาน แต่จะเอาเงินดังกล่าวไปหาประโยชน์โดยการซื้อพันธบัตรของรัฐบาล กินดอกเบี้ยส่วนต่าง 3% และที่ร้ายไปกว่านั้นธุรกิจขนาดใหญ่ อาจะนำเงินไปปล่อยกู้นอกระบบให้กับ SME ขนาดเล็กๆ ที่เข้าไม่ถึงเงินส่วนนี้ได้ จึงเป็นปัญหาของพ.ร.ก.ฉบับนี้ที่ไม่รัดกุมเพียงพอ
นายอิสระ กล่าวต่อว่า แม้เรื่องนี้ผู้ว่าแบงก์ชาติจะออกมาเปิดรับร้องเรียน หากพบผู้ธุรกิจกู้เงินไปใช้ผิดวิธี แต่คำถามคือรัฐจะตรวจสอบอย่างไร เพราะเมื่อเงินให้บริษัทไปแล้ว บริษัทก็อยู่นอกเหนืออำนาจของแบงก์ชาติ ดังนั้น ปัญหาอยู่ที่ทำอย่างไรให้ธุรกิจตัวเล็กได้รับเงินอย่างทั่วถึง เพราะตั้งแต่บังคับใช้พ.ร.ก.นี้มา 1 เดือนเศษ วงเงิน 500,000 ล้านบาท แต่เพิ่งใช้สิทธิ์ไปเพียง 58,208 ล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยมาก