การใช้ LPG เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 15.65 ล้านกก./วัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนคิดเป็นร้อยละ 13.6 โดยปริมาณการใช้ ภาคขนส่งลดลงมากที่สุด มีปริมาณการใช้อยู่ที่ 2.12 ล้านกก./วัน คิดเป็นอัตราลดลงร้อยละ 27.9 รองลงมาเป็นภาคปิโตรเคมี มีปริมาณการใช้อยู่ที่ 6.28 ล้านกก./วัน คิดเป็นอัตราลดลงร้อยละ 16.6 ถัดมาเป็นภาคครัวเรือนมีปริมาณการใช้ลดลงอยู่ที่ 5.51 ล้านกก./วัน คิดเป็นอัตราลดลง ร้อยละ 5.2 และภาคอุตสาหกรรมมีปริมาณการใช้ลดลงอยู่ที่ 1.73 ล้านกก./วัน คิดเป็นอัตราลดลงร้อยละ 4.5การใช้ NGV เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 4.31 ล้านกก./วัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นร้อยละ 23.8 เนื่องจากนโยบายส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ทำให้ประชาชนและรถโดยสารหันไปใช้ดีเซลหมุนเร็วบี 20 ทดแทน อีกทั้งภาครัฐมีนโยบายการปรับราคาขายปลีก NGV สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปเพื่อสะท้อนต้นทุน จึงทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันในตลาดถูกลง ส่งผลให้ผู้บริโภคหันไปใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์หรือดีเซลหมุนเร็วแทนการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง มีปริมาณรวมลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เฉลี่ยอยู่ที่ 979,427 บาร์เรล/วันคิดเป็นร้อยละ 7.6 โดยมีปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบเฉลี่ยอยู่ที่ 947,032 บาร์เรล/วัน คิดเป็นอัตราลดลงร้อยละ 3.5 คิดเป็นมูลค่า 48,608 ล้านบาท/เดือน เนื่องจากยังอยู่ในช่วงเวลาการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่น และการ Lock down อย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องลดปริมาณ การนำเข้าน้ำมันดิบเข้ากลั่นลง สำหรับน้ำมันสำเร็จรูป เป็นการนำเข้าน้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยานและก๊าด และ LPG โดยมีปริมาณนำเข้าลดลงอยู่ที่ 32,395 บาร์เรล/วัน คิดเป็นอัตราลดลงร้อยละ 58.9 คิดเป็นมูลค่า 1,661ล้านบาท/เดือนการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป เป็นการส่งออกน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยานและก๊าด และ LPG โดยมีปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เฉลี่ยอยู่ที่ 186,432 บาร์เรล/วัน คิดเป็นร้อยละ 5.5 คิดเป็นมูลค่า 9,244 ล้านบาท/เดือน