โดยที่ประชุม นายไพศาล ขุนศรีป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นราธิวาสได้บรรยายสรุปภาพรวมของสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุนิคสหกรณ์บาเจาะว่าภาพรวมของป่าพรุในเขตนิคมสหกรณ์บาเจาะ มีพื้นที่กว่า 80,000 ไร่โดยเป็นป่าไม้ส่วนกลางประมาณ 20 %โดยที่ผ่านมามีการกั้นลำคลองไว้เพื่อไม่ให้มีประชาชนได้เข้าไปบุกรุกในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่ผ่านมามีประชาชนลักลอบเข้าไปในป่า เช่น การหาผึ้งหรือตัวต่อโดยใช้ไฟเป็นเครี่องมือซึ่งเหตุนี้จึงก่อให้เกิดเชื้อเพลิงในการเผาไหม้ป่าพรุอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี2552 เป็นต้นมา
ซึ่งการเกิดไฟไหม้ป่าพรุนั้นสามารถเกิดได้ทั้งแนวราบและแนวดิ่งและยังสามารถลงลึกไปถึงตะกอนที่ทับถมในพื้นที่พรุส่งผลให้การดับไฟพรุค่อนข้างยากพอสมควร ต้องใช้น้ำเป็นปริมาณมากและจะต้องเติมน้ำลงไปดับไฟป่ากว่า 5,000 ล้านลิตร เพื่อดับไฟป่า ขณะที่ทุกภาคส่วนบูรณาการร่วมกันเติมน้ำพร้อมทั้งผนึกกำลังทุกภาคส่วนในการช่วยกันดับไฟป่าปฏิบัติหน้าที่กันอย่างเต็มความสามารถ ซึ่งได้แบ่งชุดปฏิบัติการออกเป็น 5 ชุดโดยทำการขุดแนวกันไฟ เพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ของประชาชนในบริเวณใกล้เคียงโดยได้มีการวางแผนการทำงาน พร้อมทั้งระดมหาวิธีการแก้ไขปัญหาดับไฟพรุจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง