ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทรกรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) กล่าวว่าบสย.ได้ประกาศความสำเร็จครั้งใหญ่ ด้วยการช่วยผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงสินเชื่อ โดยสามารถอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ ทะลุ 100,000ล้านบาทแล้วในวันนี้ ซึ่ง 5เดือนแรกของปี 2563 ทำลายสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้ง บสย.ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19ที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ และผู้ประกอบการ SMEs อย่างรุนแรง
ปัจจัยความสำเร็จมาจากการสนับสนุนการทำงานด้านนโยบายของรัฐบาลได้แก่ 1.นโยบายรัฐบาลและมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการSMEs ที่ต่อเนื่อง โดยใช้กลไกค้ำประกันสินเชื่อบสย. 2.มาตรการรัฐบาลในการสนับสนุนงบประมาณที่ช่วยลดต้นทุนธุรกิจโดยการจ่ายค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อใน 2ปีแรกแทนผู้ประกอบการ SMEs และการได้รับการสนับสนุนจากธนาคารพันธมิตรเพื่อเร่งปล่อยสินเชื่อให้กับภาคธุรกิจทุกกลุ่ม นอกจากนี้ ในรอบ 5เดือนที่ผ่านมา บสย. ได้ปรับกระบวนการทำงานภายในโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการในการอนุมัติหนังสือค้ำประกันสินเชื่อที่ปรับให้เร็วขึ้นจากเฉลี่ยวันละ 300 ฉบับ เป็นวันละ 1,400ฉบับซึ่งได้รับความร่วมมือจากธนาคารพันธมิตรอย่างดีเยี่ยมเพื่อให้กระบวนการอนุมัติหนังสือค้ำประกันสินเชื่อรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการสินเชื่อของผู้ประกอบการ SMEsที่รอวงเงินเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้รัฐบาลและกระทรวงการคลัง ยังได้สนับสนุนให้บสย. มีการดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบการเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs โดยมติ ครม. เมื่อวันที่ 26พฤษภาคม 2563เห็นชอบอนุมัติวงเงินในโครงการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. SMEs สร้างไทยจำนวน 10,000 ล้านบาทและ บสย. ยังได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ บสย. เมื่อวันที่ 25พฤษภาคม2563 ให้ปรับโครงการค้ำประกันสินเชื่อรายสถาบันทำให้ บสย. มีวงเงินค้ำประกันสินเชื่ออีกจำนวน40,000 ล้านบาท ที่พร้อมเทหมดหน้าตักเพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้เข้าถึงสินเชื่อมากที่สุดทันเวลาร่วมพยุงตัวฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน