เนชั่นทีวี

ข่าว

'วิษณุ' คาด 6 เดือน เริ่มเดินหน้าฟื้นฟูการบินไทย

28 พ.ค. 2563 | Chatchai

'วิษณุ' คาด 6 เดือน เริ่มเดินหน้าฟื้นฟูการบินไทย

'วิษณุ'คาดอีก 6 เดือน ศาลสั่งเห็นชอบแผนฟื้นฟูการบินไทย ด้าน 'ไพรินทร์' ยื่นใบลาพ้นตำแหน่งบอร์ด หลังได้รับแต่งต้งเพียง 1 วัน เหตุขัดกฎหมาย ป.ป.ช. ติดตามได้ใน เจาะลึกเศรษฐกิจ เนชั่นบิซอินไซต์

หลังจากศาลล้มละลายกลางรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการบมจ.การบินไทย ซึ่งทำให้การบินไทยเข้าสู่สภาวะการพักชำระหนี้ และขั้นตอนต่อไปศาลล้มละลายกลางจะนัดไต่สวนครั้งแรกวันที่ 17 สิงหาคมนี้  ล่าสุดวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุ เมื่อศาลล้มละลายกลางรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการจะทำให้เจ้าหนี้ฟ้องร้องการบินไทยไม่ได้ โดยทำได้เฉพาะการยื่นขอชำระหนี้ ในขณะที่การบินไทยประกอบธุรกิจได้ตามปกติ ควบคู่กับการเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ
ส่วนกรณีเจ้าหนี้ฟ้องต่อศาลในต่างประเทศนั้น กฎหมายไทยไม่มีเขตอำนาจครอบคลุมไปถึง แต่หากเจ้าหนี้จะเข้ามาฟ้องต่อศาลไทยจะทำไม่ได้ เพราะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทย ส่วนจะยื่นฟื้นฟูกิจการต่อศาลสหรัฐหรือไม่ขึ้นกับการบินไทย ซึ่ง ครม.รับทราบแล้วว่าจะมีการยื่นต่อศาลสหรัฐ
เมื่อศาลล้มละลายกลางรับคำร้องแล้ว จะนัดไต่สวนคำร้องเพื่อพิจารณาว่าสมควรให้ฟื้นฟูกิจการหรือไม่ ซึ่งจะใช้เวลา 3 เดือน หากศาลเห็นควรจะสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเริ่มกระบวนการทำแผนฟื้นฟูกิจการจะใช้เวลาอีก 3 เดือน ก่อนนำแผนให้ที่ประชุมเจ้าหนี้รับรอง และให้ศาลอนุมัติแผนและตั้งผู้บริหารแผน ซึ่งตามหลักสากลผู้ทำแผนกับผู้บริหารแผนจะเป็นชุดเดียวกัน แต่ผู้ทำแผนจะมีจำนวนมากกว่าผู้บริหารแผน
กว่าจะถึงขั้นตอนเสนอให้ศาลสั่งเห็นชอบแผนฟื้นฟูคงใช้เวลา 6 เดือน จากนั้นใช้เวลาฟื้นฟู 5 ปี ซึ่งกฎหมายฟื้นฟูกิจการของไทยตาม พ.ร.บ.ล้มลาย เริ่มใช้ปี 2541 โดย 20 กว่าปีที่ผ่านมามีกิจการเข้าฟื้นฟู 52 แห่ง บริหารแผนฟื้นฟูสำเร็จ 20 แห่ง ไม่สำเร็จและล้มละลายไป 20 กว่าแห่ง และยังเหลือคาอยู่10ปี ไม่เสร็จอีก 7 แห่ง

กฎหมาย ป.ป.ช.เป็นเหตุ 'ไพรินทร์'ลาบอร์ดบินไทย
ขณะเดียวกัน นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการการบินไทยเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการการบินไทยแล้ว โดยมีผลในวันที่ 26 พฤษภาคม หรือหลังจากได้รับการแต่งตั้งเพียง 1 วัน 
โดยประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการติดตามการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาการบินไทย ระบุว่า เป็นความผิดพลาดของการบินไทยรีบร้อนแต่งตั้งโดยไม่เช็คประวัติให้ดี เนื่องจากไพรินทร์ พ้นจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมไม่เกิน 2 ปี ซึ่ง พ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีข้อห้ามไว้ และช่วงเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้กำกับดูแลการบินไทย จึงอาจไม่เหมาะสมที่จะมารับตำแหน่งกรรมการการบินไทย
หลังจากนี้บินไทยจะแต่งตั้งกรรมการคนใหม่มาทดแทนหรือไม่แต่งตั้งก็ได้ เพราะข้อบังคับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้มีกรรมการไม่ต่ำกว่า 5 คน ขณะนี้การบินไทยมีกรรมการเกินข้อกำหนดดังกล่าวแล้ว แต่หากอยากได้คนเข้าไปช่วยทำแผนฟื้นฟูก็สามารถแต่งตั้งใหม่ได้
ผู้อำนวยการ สคร. ย้ำว่า ขณะนี้การบินไทยเป็นบริษัทเอกชนที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ ดังนั้นกระทรวงการคลังหมดอำนาจไปเสนอแนะหรือมอบนโยบายเหมือนกระทรวงคมนาคมเช่นกัน โดยกระทรวงการคลังมีสิทธิ์ในฐานะผู้ถือหุ้น เช่น ส่งผู้แทนไปเป็นกรรมการ การขอให้เรียกประชุมผู้ถือหุ้น
โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการติดตามการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาการบินไทย ซึ่งจะให้ทีมกฎหมาย ทีมที่ปรึกษาทางการเงินของการบินไทยมาอัพเดทข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการบินไทย รวมถึงแผนการฟื้นฟู เพื่อดูว่าหลังจากนี้การบินไทยเดินหน้าต่อไปอย่างไร มีปัญหาอะไรให้ไปช่วยเหลือ
ขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้ง ได้ลดอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของการบินไทยลงสู่ระดับ "D" หรือ "Default" โดยอันดับเครดิตถูกปรับลดลงหลังจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทเมื่อวานนี้ ส่งผลให้บริษัทเข้าสู่สภาวะการพักชำระหนี้กับเจ้าหนี้ทุกรายตามกฎหมาย โดยทริสเรทติ้งจะประเมินอันดับเครดิตองค์กรของการบินไทยอีกครั้งเมื่อบรรลุข้อตกลงแผนฟื้นฟูกิจการกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด

ออมสินเตรียมตั้งสำรองหนี้การบินไทย 100%
ด้านชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ระบุ ธนาคารเตรียมตั้งสำรองหนี้การบินไทย 100% ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท.กำหนดไว้ ส่วนกรณีจะให้สถาบันการเงินของรัฐแปลงหนี้เป็นทุนเพื่อให้กู้ยืม 50,000 ล้านบาท นั้น ไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือไม่ เพราะการบินไทยไม่อยู่ในสถานะรัฐวิสาหกิจแล้ว
สำหรับการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อทำแผนฟื้นฟูจะเพิ่มทุนจดทะเบียนหรือค้ำประกันเงินกู้เพิ่มหรือไม่นั้น ต้องดูว่าใครจะให้กู้ เจ้าหนี้ใหม่จะยอมรับความเสี่ยงได้หรือไม่ แต่มองว่าควรเดินตามแนวทางฟื้นฟูจากเจ้าหนี้เดิมก่อน
ช่วง 2-3 เดือนนี้ การบินไทยคงเชิญเจ้าหนี้ทุกรายเข้าประชุมเพื่อรับฟังแผนฟื้นฟู ก่อนเสนอศาลล้มละลายกลาง ซึ่งถ้าเจ้าหนี้เห็นชอบแผนทุกรายก็ไม่น่ามีปัญหา
สำหรับรายละเอียดในการยื่นคำร้องของการบินไทยระบุว่ามีทุนจดทะเบียน 26,989 ล้านบาท หนี้สินรวม 354,494 ล้านบาท สินทรัพย์รวม 349,636 ล้านบาท มีหนี้ถึงกำหนดชำระวันที่ 21 พฤษภาคม 2563 รวม 10,200 ล้านบาท ซึ่งลูกหนี้อยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้
ส่วนเหตุผลที่ศาลควรพิจารณาให้ฟื้นฟูกิจการ คือ ธุรกิจการบินไทยมีพื้นฐานดี มีการประกอบธุรกิจมานาน เเละยังได้รับรางวัลต่อเนื่อง โดยมีธุรกิจอื่นช่วยสร้างรายได้ คือ Cargo, Ground service, Catering โดยปัญหาหนี้สินของการบินไทยเกิดจากภาพรวมอุตสาหกรรมในและต่างประเทศมีการแข่งขันสูง รวมถึงสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ที่กระทบธุรกิจการบิน โดยการบินไทยปรับตัวไม่ทันกับสถานการณ์เพราะอยู่ภายใต้กฎหมายหลายฉบับ และหากไม่ได้ฟื้นฟูจะเสียหายต่อเจ้าหนี้ ลูกหนี้ พนักงานเเละเศรษฐกิจของประเทศชาติ
ขณะที่การบินไทยยังมีช่องทางการฟื้นฟู คือ 1.ต้องปรับโครงสร้างหนี้ 2.ต้องเปลี่ยนการบริหารจัดการองค์กรและลดต้นทุน 3.ปรับปรุงเครือข่ายเส้นทางบิน 4.ปรับปรุงหน่วยธุรกิจที่เกี่ยวข้อง 5.ปรับปรุงการหารายได้ 
สำหรับรายชื่อผู้ทำแผนฟื้นฟู ประกอบด้วย 1.พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ประธานกรรมการการบินไทย 2.นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองประธานกรรมการการบินไทย และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย 3.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค4.นายบุญทักษ์ หวังเจริญ 5.นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ซึ่งรายชื่อผู้ทำแผนลำดับที่ 3-5 ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการการบินไทยเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด