"เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเชื่อว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกัน ที่ต้องการให้โยกย้ายให้ได้ มีคนที่ไม่หวังดีร้องเรียนในหลายประเด็น ทั้งการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งทุกประเด็นได้ชี้แจงไปหมดแล้ว เหลือเพียงประเด็นเดียวคือ การเรียกรับเงินจากบริษัทยาผลประโยชน์ต่างตอบแทน ขณะนี้ได้ดำเนินการไปตามระเบียบกระทรวงว่ามีสิทธิ์ในการปกป้องตัวเองอย่างไรบ้าง ยินดีที่จะให้มีการสอบสวน แต่ต้องมีความเป็นธรรม สำหรับกระบวนการสอบสวนขณะนี้เพิ่งแจ้งชื่อคณะกรรมการสอบวินัย ส่วนประเด็นรายละเอียดในการสอบนั้นยังไม่ลงลึก มีบางประเด็นที่ได้ส่งหนังสือคัดค้านไปแล้ว ซึ่งมีเวลาคัดค้าน 7 วัน ขณะนี้ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการตามปกติ แต่กังวลว่าการสอบวินัยครั้งนี้จะมีการหาสาเหตุที่นำไปสู่การโยกย้ายอีกครั้ง" นายแพทย์ชาญชัย กล่าว.
.
นายแพทย์ชาญชัย กล่าวว่า หลังจากไม่รับเงิน 5 เปอร์เซ็นต์จากทางบริษัทยาแล้ว ก็ยังมีเงินบริจาคจากห้างร้าน ประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเงินทุกบาทจะเข้ากองทุนโรงพยาบาลขอนแก่นทั้งหมด โดยมีคณะกรรมการของทางโรงพยาบาลคอยตรวจสอบ ส่วนการจัดซื้อ จัดจ้างให้ไปตามระเบียบราชการ เพื่อป้องกันการทุจริต ซึ่งเงินส่วนใหญ่จะนำไปพัฒนาโรงพยาบาล สร้างอาคาร สิ่งก่อสร้าง เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย วัสดุครุภัณฑ์ ภายใน 4-5 ปีที่ผ่านมามีการดูแลสุขภาพของประชาชนแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด 19 มีผู้บริจาคแล้ว 58 ล้านบาท
"ถึงแม้วันนี้จะมีข้อกล่าวหาเรื่องการรับเงิน จนนำไปสู่การสอบวินัยร้ายแรง แต่ขอให้ประชาชนทุกคนมั่นใจว่า ระบบการตรวจสอบของทางโรงพยาบาลขอนแก่นมีความเข้มข้น เงินที่ได้รับบริจาคยังอยู่ครบทุกบาททุกสตางค์ ซึ่งบุคลากรของโรงพยาบาลทุกคนจะนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนร่วมตามที่ผู้บริจาคได้ตั้งใจไว้ และโปร่งใส ในส่วนคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนั้น กำลังเตรียมยื่นร้องเรียนต่อกระทรวงสาธารณสุข เพราะหลังจากเห็นรายชื่อแล้วเชื่อว่า คณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงไม่มีความเป็นกลาง"นายแพทย์ชาญชัย กล่าว.