เนชั่นทีวี

ข่าว

ศาลล้มละลายนัด 17 ส.ค. ไต่สวน 'ฟื้นฟู' การบินไทย

27 พ.ค. 2563 | rattana

ศาลล้มละลายนัด 17 ส.ค. ไต่สวน 'ฟื้นฟู' การบินไทย

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทย ส่งผลให้การบินไทยหยุดพักชำระหนี้ได้ทันที พร้อมเปิดไต่สวน 17 ส.ค. ก่อนมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ และถึงสั่งตั้งผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ

ในวันนี้ (27 พ.ค.) ศาลล้มละลายกลาง ได้มีคำสั่งคดีดำ ฟฟ 10/2563 ในคำร้องขอฟื้นฟู ที่บมจ.การบินไทย ที่ได้เดินทางมายื่นคำร้องขอทำแผนฟื้นฟูกิจการเพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูบริษัทการบินไทย ตามมติคณะรัฐมนตรี 
ทั้งนี้ ศาลพิจารณาแล้ว จึงได้มีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ ซึ่งจะมีผลทำให้การบินไทยพักชำระหนี้ทันทีตามมาตรา 90/12 และศาลจะนัดไต่สวนในวันที่ 17 สิงหาคม 2563 เวลา 09.00 น.และสั่งให้ประกาศคำสั่งรับคำร้องขอและวันเวลานัดไต่สวนในหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายอย่างน้อยหนึ่งฉบับไม่น้อยกว่าสองครั้งห่างกันไม่เกิน 7 วัน กับให้ส่งสำเนาคำร้องขอแก่เจ้าหนี้ทั้งหลายตามบัญชีรายชื่อเจ้าหนี้และแก่นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทหรือนายทะเบียนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง กรมบังคับคดี และให้ส่งให้แก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และลาดหลักทรัพย์ ตามมาตรา 90 / 9 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 
และให้ประกาศวันเวลานัดไต่สวนโดยวิธีลงโฆษณาทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศอีกทางหนึ่ง หากเจ้าหนี้ประสงค์คัดค้าน ให้ยื่นคำคัดค้านก่อนวันนัดไต่สวนนัดแรกไม่น้อยกว่า 3 วัน มิฉะนั้นถือว่าไม่คัดค้าน
สำหรับ กระบวนการพิจาณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ หลังจากที่ศาลรับคำร้องขอแล้ว จะเข้าสู่สภาวะพักการชำระหนี้ตาม ม.90/12 หลังจากนั้นศาลจะนัดไต่ส่วน ตาม ม.90/9 90/10 และหากไม่มีผู้คัดค้านจะมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ หลังจากนั้นจะเรียกประชุมเจ้าหนี้เพื่อเลือกผู้ทำแผนและตั้งผู้บริหารชั่วคราว และศาลสั่งตั้งผู้ทำแผน 
นายประภาศ คงเอียด กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการติดตามการดำเนินการแก้ปัญหา บมจ.การบินไทย กล่าวว่า หลังจากนี้ การบินไทยจะเข้าสู่ช่วง Automatic stay หรือ สภาวะการพักชำระหนี้ตามกฎหมาย โดยการบินไทยจะแจ้งเจ้าหนี้กว่า 1 ล้านราย ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อาจเป็นรูปแบบ SMS ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย โดยเจ้าหนี้ ประกอบไปด้วย 3 กลุ่มใหญ่ คือ เจ้าหนี้ทางการค้า เจ้าหนี้เงินกู้ และเจ้าหนี้สิทธิพิเศษ รอยัลออคิดพลัส หรือลูกค้าของการบินไทย ไม่สามารถเรียกรับสิ่งตอบแทนใดได้ในช่วงแผนฟื้นฟูฯเมื่อศาลนัดไต่สวน วันที่ 17 ส.ค. แล้ว ศาลจะตั้งผู้ทำแผนฟื้นฟูฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จ ภายใน ก.ย.นี้
อย่างไรก็ตาม การรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของการบินไทย สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ (26 พ.ค.)  การบินไทยได้ยื่นคำร้องขอเข้าฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง โดยนายพยัพ พงษ์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนิติการ การบินไทย เป็นผู้ยื่นคำร้อง ซึ่งได้เตรียมเอกสารยื่นคำร้องจำนวน 1 คันรถตู้ ซึ่งการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการครั้งนี้ต้องยื่นรายชื่อผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการด้วย  
รายงานแจ้งว่า สำหรับคาดการณ์รายชื่อคณะทำแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทย ประกอบด้วย 1.พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ประธานกรรมการการบินไทย 2.นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองประธานกรรมการการบินไทย และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย 3.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรรมการการบินไทย 4.นายบุญทักษ์ หวังเจริญ กรรมการการบินไทย 5.นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร กรรมการการบินไทย 6.นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการการบินไทย 
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ กรรมการบมจ.การบินไทย กล่าวว่า  ได้รับการทาบทามให้ไปเป็นกรรมการบริษัทการบินไทยพร้อมกับดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการบริษัท เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา แม้ส่วนตัวอยากเกษียณ เพราะรู้สึกว่าพอแล้ว แต่การทำหน้าที่ครั้งนี้ เป็นการทำงานเพื่อส่วนรวมและองค์กรหลักของประเทศ
ทั้งนี้ การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบในวงกว้างในทุกกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมทั้งประเทศไทยและทั่วโลก มีความแตกต่างจากวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ที่กระทบเฉพาะภูมิภาคอาเซียน หรือวิกฤตซับไพรม์เมื่อปี 2551 ที่ส่งผลต่อสถาบันการเงินเท่านั้น อย่างไรก็ตาม มีความมั่นใจในการทำงานครั้งนี้ เชื่อว่าภาระกิจฟื้นฟูกิจการบริษัทการบินไทย จะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก เพราะประเทศไทยยังมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง
"การที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับมือและบริหารจัดการปัญหาโควิด-19 ได้ดี ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสในวิกฤต ทำให้มีเครดิตและเป็นที่ยอมรับในนานชาติ เชื่อว่าช่วงหน้าหนาวของตะวันตกที่สภาพอากาศเลวร้าย หรือประมาณเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี" นายบุญทักษ์กล่าว
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการการบินไทย กล่าวว่า ยังไม่ได้เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในบริษัท จึงยังไม่ทราบรายละเอียดแผนฟื้นฟู อย่างไรก็ตาม นายกฯไม่ได้ให้โจทย์ว่า จะต้องทำอะไรอย่างไร ทุกคนที่เข้ามาก็รู้อยู่แล้วว่าจะต้องช่วยกันฟื้นฟูการบินไทย และตั้งแต่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการก็ได้เตรียมทำการบ้านหลายเรื่อง โดยเฉพาะการทบทวนข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูบริษัท
"หากได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่ จะต้องเข้าไปดูว่ารายละเอียดของบริษัทที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง และต่อไปจะมีแนวทางในการหารายได้อย่างไร หรือมีรายจ่ายในส่วนไหนที่ไม่จำเป็น ก่อนที่จะไปคุยกับเจ้าหนี้ ที่ต่างต้องการให้การบินไทยสามารถชำระหนี้คืนได้ เพราะหากไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหนี้ โอกาสที่จะได้รับการชำระหนี้คืนก็น้อย ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันดีกว่า เพราะถ้าคุยกันทุกอย่างจะออกมาในทางที่ดี สามารถพลิกฟื้นการบินไทยได้"
นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญในการดำเนินแผนฟื้นฟูนั้น ต้องไม่มีการกลั่นแกล้งหรือเลือกปฏิบัติ รวมถึงต้องมีเกณฑ์มาตรฐานที่ชัดเจน เป็นธรรม และจริงใจ การจะทำอะไรต้องมีเหตุมีผล ดูความจำเป็น เพื่อเป้าหมายหลักคือให้การบินไทยอยู่ได้ แต่หากมาเล่นเส้นเล่นสายแบบนั้นก็ไปต่อไม่ได้
ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงคำสั่งนายกรัฐมนตรีในการแต่งตั้งคณะกรรมการติตตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่มีตนเป็นประธาน โดยคณะกรรมการชุดนี้ไม่เกี่ยวข้องการทำแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทย เพราะเป็นเรื่องของคณะกรรมการการบินไทยมีอำนาจในการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งปัจจุบันมีสถานะเป็นบริษัทจำกัดมหาชนหลังจากกระทรงวการคลังขายหุ้นไป 3%  ทำให้การบินไทยไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ
อย่างไรก็ตาม การตั้งคณะกรรมการชุดนี้เพื่อให้รัฐบาลมีกลไกติดตามการฟื้นฟูกิจการบริษัทการบินไทย ซึ่งแม้จะไม่ใช่รัฐวิสาหกิจแต่การฟื้นฟูและการดำเนินการของการบินไทยระยะต่อไปยังมีประเด็นที่รัฐบาลต้องติดตาม 3 ประเด็น ได้แก่ 1.ประเด็นเจ้าหนี้ โดยครอบคลุมสหกรณ์ที่ซื้อหุ้นกู้การบินไทย รวมทั้งเจ้าหนี้ในต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับศาลต่างประเทศ  2.ประเด็นการปฏิบัติตามข้อกำหนดขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) 3.ประเด็นการกำหนดสล็อตการบินของการบินไทย 
"การประชุม ครม.ครั้งนี้ ไม่มีการพูดถึงว่ากระทรวงใดต้องเข้ามาดูแล มีเพียงการรับทราบคณะกรรมการชุดดังกล่าวเท่านั้น"
นายวิษณุ กล่าวว่า คณะกรรมการดังกล่าวไม่ใช่ซุปเปอร์บอร์ด แต่เป็นคณะกรรมการที่เชื่อมระหว่างรัฐบาลกับการบินไทย ซึ่งเดิมไม่ต้องมีตัวกลางเพราะเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่เมื่อเป็นเอกชนแล้วก็เหมือนการการติดต่อระหว่างแอร์เอเชียและเจแปนแอร์ไลน์ที่ต้องมีคนกลาง
"ทำไมต้องมีตัวกลางติดต่อ เพราะสหกรณ์ 80 กว่าแห่ง ถือหุ้นกู้การบินไทยที่มีผู้เดือดร้อน อีกทั้งตำรวจต้องสอบสวนว่าใครผิด-ถูกเรื่องการขายตั๋วหรือขายอะไรต่อมิอะไร รัฐบาลจะไม่มีโอกาสทราบ ขณะเดียวกันอาจมีการไปยืนการเข้าสู่กระบวนการแผนฟื้นฟู ซึ่งสุดท้ายก็จะไม่รู้ว่าทำอะไรที่ไหน ข้อสำคัญคือการบินไทยยังสามารถบริหารองค์กรได้ โดยต้องใช้สนามบินและติดต่อกองทัพอากาศ ซึ่งหากไม่ตั้งคณะกรรมการชุดนี้ จะไม่มีช่องทางและอาจทำให้การฟื้นฟูสะดุด โดยยืนยันว่าไม่ใช่ซุปเปอร์บอร์ดแต่เป็นเพียงมินิบอร์ด บอร์ดกระจอก"
รายงานข่าวระบุว่า นายกรัฐมนตรีเป็นผู้เลือกนายวิษณุมาทำหน้าที่ติดตามการฟื้นฟูกิจการ ในขณะที่ผู้แทนการกระทรวงคมนาคมมี 2 คน คือ ปลัดกระทรวงคมนาคม และผู้อำนวยการ สนข. ส่วนกรรมการที่เหลือทั้งหมดมาในสัดส่วนของกระทรวงการคลัง
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การฟื้นฟูการบินไทยนั้นเป็นเรื่องของการบินไทยต้องดำเนินการ และการบินไทยได้ยื่นต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อขอฟื้นฟูกิจการแล้ว ซึ่งการยื่นฟื้นฟูต้องยื่นแผนและกำหนดชื่อผู้ทำแผนด้วย และจะต้องรอเวลาศาลพิจารณาว่าจะรับหรือไม่ ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้ จะรอใช้สิทธิ์เจ้าหนี้ในการโหวตการทำแผนและผู้บริหารแผนฟื้นฟู ซึ่งโดยกฎหมายคนที่ทำแผนกับผู้บริหารแผนไม่จำเป็นต้องเป็นคนเดียวกัน

ข่าวล่าสุด