เฉิน ได้โพสต์เล่าในเฟซบุ๊คว่า ในขณะที่เธอกำลังสัมภาษณ์ มีชายคนหนึ่งตะโกนใส่เธอด้วยคำหยาบ ที่เธอสวมหน้ากากอนามัย และยังกล่าวหาว่าเธอเป็นคนแพร่เชื้อไวรัส และไล่ให้ออกจากสหรัฐฯด้วย
เธอได้บอกกับผู้ดำเนินรายการในห้องส่งในวันต่อมาด้วยว่าที่เธอไม่สวมหน้ากาก ก็เพราะถูกตะโกนบอกให้ถอดออก อย่างไรก็ตามกันเฉินบอกว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เธอเข้าไปพูดคุยด้วย ล้วนอัธยาศัยดีและเป็นมิตร
ขณะเดียวกันองค์การส่งเสริมสิทธิมนุษยชน หรือ ฮิวแมนไรตส์วอตช์ ได้ออกแถลงการณ์เพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหากระแสต่อต้านชาวเอเชียในอเมริกาที่มีมากขึ้นนับแต่โรคโควิด-19ระบาด
ซึ่งในแถลงการณ์ได้สรุปถึงปัญหาการต่อต้านชาวเอเชียในอเมริกานับแต่เดือนมกราคมอีกด้วย โดยเดือนกุมภาพันธ์ และมีนาคมสื่อมวลชนมีการรายงานบ่อยครั้งถึงการกระทำอันเป็นการต่อต้าน และการเลือกปฏิบัติต่อชนเชื้อสายเอเชีย และต่อมาในช่วงกลางเมษายนพันธมิตรชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียหลายกลุ่มได้ร่วมกันก่อตั้งศูนย์เพื่อการต่อต้านการเหยีดเชื้อชาติ
ซึ่งทางศูนย์ได้รับรายงานกว่า 1,500 ครั้งถึงการเหยียดเชื้อชาติชาวเอเชีย และชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียด้วยการใช้ถ้อยแสดงความเกลียดชัง การเลือกปฎิบัติ ไปจนถึงการทำร้ายร่างกาย และมีรายงานอย่างน้อย 125 ครั้ง ถึงการทำร้ายร่างกาย เช่น ผู้หญิงรายหนึ่งเล่าว่ามีรถกะบะขับมาและเทเครื่องดื่มใส่ที่หลังเธอพร้อมด่าทอ
และเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมากลุ่มพันธมิตรต่อต้านการหมิ่นประมาทก็ออกรายงานซึ่งทำการสำรวจตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม ถึงการกระทำซึ่งต่อต้านชาวเอเชียโดยพบว่ามีเกือบทุกวัน เช่นเมื่อวันที่ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา ชายชาวเอเชียคนหนึ่งถูกตะโกนต่อว่าขณะโดยสารรถไฟในนิวยอร์กและมีคนพยายามดึงเขาให้ออกจากที่นั่ง และ ตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงพฤษภาคม