ผลกระทบเกิดขึ้นทันทีกับพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นเจ้าของพื้นที่อยู่ การไม่ส่งผู้สมัคร ก็เท่ากับพ่ายแพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้ง และเสียเก้าอี้ ส.ส.ไปฟรีๆ 1 เก้าอี้ แถมยังมีแนวโน้มสูงที่จะไปเพิ่มแต้มให้พรรครัฐบาลอย่างพรรคพลังประชารัฐอีกด้วย
เพราะคู่แข่งที่มีลุ้นที่สุด กลายเป็น ร้อยตำรวจโท สมบูรณ์ กล้าผจญ จากพรรคเสรีรวมไทย แต่ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วก็ได้คะแนนไปเพียง 2,466 คะแนนเท่านั้น
ขณะที่ นายวัฒนา สิทธิวัง ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ ได้ไป 30,368 คะแนน เป็นอันดับ 2 รองจากนายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ อดีต ส.ส.จากเพื่อไทยที่กวาดไปถึง 42,984 คะแนน
ฉะนั้นหากนายพินิจและพรรคเพื่อไทยไม่ไฟเขียวเทคะแนนให้ผู้สมัครจากพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างเสรีรวมไทย ย่อมมีโอกาสสูงมากที่ นายวัฒนา จากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้ง จะชนะไปแบบแบเบอร์