เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิด 3 แนวทางช่วย 'ยานยนต์' กระทบโควิด

26 พ.ค. 2563 | Chatchai

เปิด 3 แนวทางช่วย 'ยานยนต์' กระทบโควิด

สถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์ ที่หดตัวแรง จากผลกระทบของโควิด-19 โดยยอดขาย 4 เดือนแรก (ม.ค.-เม.ย.2563) อยู่ที่ 230,173 คัน ลดลงถึง 34.17% หรือตกต่ำที่สุดในรอบ 30 ปี

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ยื่นข้อเสนอขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล จากผลกระทบโควิด เพื่อผลักดันยอดขาย ใน 3 แนวทางคือ  การนำรถเก่าแลกรถใหม่ ขอให้รัฐบาลส่งเสริมเป็นมูลค่า 1 แสนบาทต่อคัน การเลื่อนบังคับใช้มาตรฐานยูโร 5 และยูโร 6 จากเดิมจะบังคับใช้ในปี 2564 และ 2565 ตามลำดับ  และการขอให้รัฐลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ทุกประเภท 50% ไปจนถึงสิ้นปี 2563
พชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า จะหารือกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมรถยนต์ ถึงข้อเสนอให้ลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ลง 50 % จากอัตราปัจจุบัน
ทั้งนี้ ในความเห็นของตนเองนั้น ณ วันนี้ ถ้าราคาขายรถยนต์ไม่ลดลง คนก็คงไม่ซื้อ และเมื่อคนไม่ซื้อรถยนต์ รายได้ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ก็คงไม่ได้เพิ่มขึ้น ขณะที่รถยนต์ที่ผลิตใหม่และจอดไว้เฉยๆก็ย่อมมีความเสื่อมไป ดังนั้นในหลักการหากจะให้ได้ประโยชน์ทุกฝ่ายคือ ผู้ซื้อรถยนต์ก็ได้ของที่ถูกลง บริษัทผู้ผลิตก็สามารถขายรถยนต์ได้ ทำให้มีเงินหมุนเวียน ส่วนภาครัฐก็ยังสามารถได้รับเม็ดเงินภาษี แม้จะลดลงบ้างก็ตาม
อย่างไรก็ดี ข้อเสนอในการหั่นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ลงมานั้น จำเป็นต้องหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสียก่อน และในท้ายที่สุด จะต้องให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบันรายได้จากภาษีรถยนต์ของกรมสรรพสามิต อยู่ที่ราวแสนล้านบาท
สำหรับการจ่ายภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั้น กรณีรถยนต์ที่ยังอยู่ในโรงงานผลิต หรืออยู่ในเขตปลอดอากรในประเทศ จะยังไม่มีภาระภาษี จนกว่ารถยนต์นั้นจะนำออกจากโรงงาน หรือเขตปลอดอากรแล้ว เช่น รถยนต์ที่อยู่ตามโชว์รูมรถยนต์ ถือว่า มีภาระภาษีไปแล้ว ซึ่งหากจะให้รัฐคืนภาษีที่เอกชนชำระไปแล้วนั้น ไม่ได้อยู่ในอำนาจของกรมสรรพสามิตแต่เป็นอำนาจของกระทรวงการคลัง
ส่วนข้อเสนอในเรื่องการให้เงินอุดหนุนผู้นำรถเก่าอายุ 20 ปีขึ้นไป มาแลกซื้อรถใหม่โดยรัฐจ่ายเงินอุดหนุนให้ 1 แสนบาทนั้น และเรื่องของการเลื่อนการใช้มาตรฐานยูโร 5 ออกไปนั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรม

ข่าวล่าสุด