"เนชั่นทีวี" ได้รับข้อมูลจากคนในแวดวงหมัดมวย ระบุว่าเหตุผลหลักที่ทำให้มีคนออกมาเรียกร้อง ก็คือ เรื่องของผลประโยชน์จากการพนัน และค่าตอบแทนจากลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด
การออกมาเร่งให้รัฐบาลเร่งเปิดสนามมวยมาจากการขาดรายได้จากการพนันที่แฝงมากับรายการแข่งขันชกมวย เพราะมีเม็ดเงินมูลค่ามหาศาลในการแข่งขันแต่ละครั้งซึ่งแต่ละเวทีมวยจะมี "ต๋งใหญ่" คอยเปิดให้นักพนันได้เสี่ยงโชคกัน
สำหรับการเล่นพนันมวย หากเป็นการเปิดให้แทงพนันในสนามจะมีด้วยกัน 3 รูปแบบ คือ แบบวงนอกสุด สำหรับนักพนันทั่วไปราคาจะอยู่ที่หลักพันบาท แต่ต้องจ่ายเงินทันทีที่คู่มวยชกกันจบแล้ว
แบบต่อมาก็คือ แบบวงในวงนี้จะเอาไว้รองรับนักพนันเจ้าประจำหรือมาใช้บริการโต๊ะรับแทงพนันหรือเจ้ามือพนันบ่อยครั้ง สนนราคาในหลักหมื่นบาท
และโซนสุดท้าย คือ โซนวีไอพี โซนนี้ไม่ธรรมดา เป็นขาใหญ่สายพนันมวยราคาสนนอยู่ที่หลักแสนบาทขึ้นไป แต่นักพนันที่มีเงินเสี่ยงโชคก็สามารถฝากต่อ "พรรคพวก" ที่อยู่โซนในหรือโซนวีไอพี ให้ไปวางเงินพนันให้ได้
นี่ยังไม่รวมเม็ดเงินการพนันจาก"มวยตู้"ซึ่งหมายถึงการดูและแทงกันทางโทรทัศน์ที่มีการถ่ายทอดสดรายการชกมวย / รวมทั้ง"มวยหู" ที่หมายถึงการซื้อข้อมูลเกี่ยวกับมวยแต่ละคู่ทั้งข้อมูลการชั่นน้ำหนัก ประวัติการชก และโอกาสการแพ้ชนะรวมไปถึงการพากย์และให้ข้อมูลแต่ละยกผ่านทางโทรศัพท์ เพื่อประกอบการแทงพนันอีกที /ซึ่งเม็ดเงินในส่วนนี้ก็มหาศาลไม่แพ้กันและทำให้เห็นว่าผลประโยชน์จากวงการมวยมีคนเกี่ยวข้องมากมาย
ส่วนจำนวนเงินหมุนเวียนแต่ละเวทีก็มีจำนวนไม่น้อย หากเป็นเวทีใหญ่ๆมีคู่มวยดังๆมาชก ก็จะอยู่ที่ประมาณหลัก 10 ล้านบาทต่อวัน เพราะการประกบคู่มวยในแต่ละวัน จะมีประมาณ 12-14 คู่ แต่ไฮไลท์หลักๆจะอยู่ที่ 5 คู่หลักที่เป็นการนำนักมวยที่มีชื่อเสียงมาแข่งขันกันอย่างสูสีซึ่งเงินที่หมุนเวียนจำนวนหลักล้านบาทไปจนถึงหลักสิบล้าน