(23 พฤษภาคม 2563) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เรียกประชุม ส.ส. ผ่านระบบซูม เพื่อเว้นระยะห่างช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ในการเตรียมอภิปราย โดยเฉพาะพ.ร.ก. 3 ฉบับ ที่รัฐบาลออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค ประกอบด้วย นายโภคิน พลกุล,นายชัยเกษม นิติสิริ,นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง,นายวัฒนา เมืองสุข,นายนพดล ปัทมะ,นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา,นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล และนายสุชาติ ธาดาธำรงค์เวช เข้าร่วมประชุมดังกล่าวอย่างพร้อมเพียง ในการให้คำแนะนำประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและข้อกฎหมาย ซึ่งพรรคเพื่อไทยมี ส.ส. ร่วมลงชื่อขออภิปราย ประมาณ 50 คน
คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า สาระของการประชุม โดยพรรคเพื่อไทยเห็นว่ามาตรการที่รัฐใช้ในการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้แก่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน การล็อคดาวน์ประเทศ การหยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการประกาศเคอร์ฟิว ไม่ได้สัดส่วนกับการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 แต่ทำให้เกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจ ดังนั้น พรรคเห็นว่ารัฐบาลหมดความจำเป็นที่จะคงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอีกต่อไป ซึ่งในทางกลับกันรัฐควรปลดล็อค และให้ความสำคัญกับการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจที่จะเสียหายมากที่สุดในรอบ 100 ปี เพราะประเมินว่าจีดีพี อาจจะติดลบถึง 7-9 % ส่งผลให้คนตกงานมากกว่า 7-10 ล้านคน
สำหรับมาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 พรรคเพื่อไทยเห็นว่ารัฐบาลยังเยียวยาไม่ทั่วถึง ดำเนินการด้วยความล่าช้า สร้างกติกากฎเกณฑ์ยุ่งยากกับประชาชน ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงการเยียวยา และส่อไปในทางทุจริตเอื้อพวกพ้อง รวมทั้งไม่มียุทธศาสตร์ ทำให้การเยียวยา เกิดผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ โดยจะเห็นได้จากข่าวทำให้ประชาชนต้องฆ่าตัวตาย และเงินเยียวยาที่ประชาชนจะต้องเป็นผู้ชำระหนี้ ไหลไปสู่กระเป๋าของมหาเศรษฐีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมตรี และรมว.กลาโหม เขียนจดหมายไปขอให้ช่วยรัฐบาล