จากกรณีเมื่อวันที่ 19 พ.ค.63 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ได้กล่าวถึงการเปิดกิจการผับ-บาร์ว่า อย่างกรณีที่ต่างประเทศก็ทำให้กังวลใจ กลุ่มสถานบันเทิง เป็นกลุ่มกิจการสีแดง คือกิจการหรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคไปในหลายพื้นที่และการแพร่เชื้อในสถานที่อยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงสูงและมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอยู่ในเกณฑ์ปานกลางอันนี้จัดอยู่ในเกณฑ์หลังๆ ซึ่งอยู่ในระยะที่ 4 มีโอกาสจะเปิดได้ไหมก็อยู่กับการที่ทุกคนดูแล ซึ่งดูจากกราฟจะเห็นได้ว่าลดตัวเลขจากสามหลัก ช่วงปลายเดือนมีนาคมจนต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและประกาศเคอร์ฟิว จะเห็นว่าตัวเลขลงมาเรื่อยๆ และก็มาประกาศผ่อนปรนระยะที่ 1 ตัวเลขอยู่ในหลักเดียวได้หากนับวันนี้ (19 พ.ค.63) ก็เป็น 22 วันแล้ว หากไม่นับวันที่ 18 ที่พบผู้ป่วยในศูนย์กักกันแล้ว ถือว่าอยู่ในตัวเลขหลักเดียวยาวมาถึง 22 วันหรือประมาณ 3 สัปดาห์
อ่านข่าว >> ศบค. ยังไม่ฟันธงเปิดผับบาร์ แนะเจ้าของกิจการคิดวิธีจัดร้านแบบวิถีใหม่
ล่าสุดวันนี้ (22 พ.ค.63) โฆษก ศบค. กล่าวย้ำถึงมาตรการเตรียมเปิดสถานบันเทิง ในเฟสที่ 4 ด้วยว่าหากจะแนะนำก็ใช้หลักการ 5 ข้อเหมือนเดิม แต่ต้องไปคิดต่อว่าจะมีนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยของลูกค้าอย่างไร เป็นความคิดสร้างสรรค์เพื่อดึงดูดลูกค้าทำให้เกิดความมั่นใจ ก็เป็นโจทย์ที่ยาก คงไม่ได้มีขั้นตอนที่แน่นอนว่าจะต้องเป็นนั้นอย่างนี้ แต่ต้องเพิ่มมาตรการเสริมให้เข้มขึ้นมานอกเหนือจากมาตรการหลัก 5 ข้อ
นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวต่ออีกว่า ทั้งนี้ กิจการสถานบันเทิงมีเรื่องเกี่ยวเนื่องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรียนรู้จากสถานบันเทิงย่านหนึ่งในกรุงเทพฯ เป็นกรณีศึกษา และมาตรการที่ลงลึกไปอีก ให้รอศึกษาคู่มือจากกระทรวงสาธารณสุขต่อไป และให้ดูจากมาตรการระยะที่ 2 ด้วยก็ได้ รวมทั้งไปตกลงกับสมาคมที่เกี่ยวข้อง ระดมสมองและนำเสนอให้ ศบค.ได้ทราบต่อไป