ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่าที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) หรือ ศบค.ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เป็นประธานมีมติเห็นชอบต่ออายุพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 31 พ.ค.63 ออกไปอีก 1 เดือน หรือ สิ้นสุดในวันที่ 30 มิ.ย.63 ตามที่ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอรายงาน ทั้งนี้ มติในที่ประชุม ศบค.จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 26 พ.ค.63 เพื่อพิจารณาว่าจะเห็นชอบหรือไม่ต่อไป
โดยล่าสุดทางจากการเเถลงของ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธินโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค.เปิดเผยยอดจำนวนผู้ติดเชื้อประจำวันที่ 22 พฤษภาคม 2563มีผู้ป่วยรายใหม่ยืนยันเป็น 0 รายรวมยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,037รายไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมยอดเสียชีวิตอยู่ที่ 56 รายผู้ป่วยรักษาหายเพิ่ม 13ราย กลับบ้านเเล้วรวม 2,910ราย รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 71 ราย
ต่อมาได้เผยถึง 3 เหตุผลสำคัญ ทำไมต้อง ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถึง 30 มิ.ย. โดยทาง นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน กล่าวว่า...........
1.ยังคงมีความจำเป็นต้องใช้เพื่อเป็นการดำเนินงานอย่างเป็นเอกภาพ รวดเร็ว มีความต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ เเละมีมาตราฐานกลาง
2.การเตรียมการรองรับระยะต่อไป จำเป็นต้องมีมาตราการตามกฎหมาย เพื่อกำกับการบริหารจัดการเพื่อบริหารจัดการการมาตราการผ่อนคลายอย่างให้เป็นระบบในเวลาที่เหมาะสม
3.สถานการณ์การเเพร่ระบาดของโรคยังคงไม่สิ้นสุด จำเป็นต้องมีระยะเพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศ