เนชั่นทีวี

ข่าว

92 องค์กร จี้ รมว.ศธ. หยุดซาตานในคราบครู

22 พ.ค. 2563 | sitthichai_nak

92 องค์กร จี้ รมว.ศธ. หยุดซาตานในคราบครู

ตัวแทน 92 องค์กรเด็กและสตรี - เครือข่ายการศึกษา ยื่น 6 ข้อเรียกร้อง ก.ศึกษาฯ เร่งลงดาบครูล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน พร้อมร่วมเป็นเจ้าทุกข์ฟ้องคดีอาญา เผยสถิติรอบ 4 ปี เด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศสูงถึง 727 ราย เป็นบุคลากรทางการศึกษา 53 ราย ด้าน รัฐมนตรียืนยันกระทรวงให้ความสำคัญ มีมาตรการป้องกันและเชิงรุกแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

 วันนี้ ที่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ดร.วราภรณ์ แช่มสนิท ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ สมาคมเพศวิถีศึกษา พร้อมด้วยน.ส.อังคณา อินทสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และตัวแทนเครือข่ายยุติความรุนแรงทางเพศในโรงเรียน 92 องค์กร จำนวน 15 คน ยื่นหนังสือถึงนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กรณีครู 5 คนและรุ่นพี่อีก 2 คน ข่มขืนนักเรียนหญิงอายุ 14 และ 16 ปี ยาวนานนับปีในจังหวัดมุกดาหาร และกรณีครูแชทลวงนักเรียนมาทำอนาจารในจังหวัดบุรีรัมย์ โดยได้ยื่นข้อเสนอ 6 ข้อ เพื่อเรียกร้องให้กระทรวงฯ เร่งออกมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางเพศในโรงเรียนอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้เครือข่ายฯ ได้นำรายชื่อประชาชนผู้สนับสนุนข้อเรียกร้องผ่านเว็บไซต์ change.org ประมาณหนึ่งหมื่นคนมามอบให้กระทรวงฯ จากนั้นร่วมกันทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ชุด" หยุดซาตานในคราบครู" เพื่อสะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้น
น.ส.อังคณา กล่าวว่า เครือข่ายฯ 92 องค์กร ประกอบด้วย องค์กรด้านการคุ้มครองเด็ก ผู้หญิง และการศึกษา ได้ออกมารณรงค์แก้ปัญหาความรุนแรงทางเพศในโรงเรียน โดยเรียกร้องผ่านเว็บไซต์ change.org ตอนนี้มีผู้ลงชื่อสนับสนุนเกือบหนึ่งหมื่นคน สืบเนื่องจากข่าวที่สะเทือนสังคม เหตุการณ์ที่จังหวัดมุกดาหาร และบุรีรัมย์ โดยมีบุคลากรครูเป็นผู้กระทำ ซึ่งเชื่อว่า ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่มีเด็กนักเรียนในความดูแลของกระทรวงศึกษาฯ ต้องตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศ ที่เกิดจากการกระทำของบุคลากรทางการศึกษาเอง  อีกทั้งเหตุการณ์ครั้งนี้ มีการแสดงทัศนะของผู้ที่อ้างตัวเป็นครูในลักษณะที่เข้าข้างผู้ต้องหาและกล่าวโทษเด็กนักเรียน สะท้อนถึงวัฒนธรรมความรุนแรงทางเพศที่ฝังรากลึกอยู่ในระบบการศึกษาไทย
ทั้งนี้จากข้อมูลศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในรอบ 4 ปี (พ.ศ.2556-2560) พบว่า มีเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศสูงถึง 727 ราย ในจำนวนนี้เป็นครูบุคลากรทางการศึกษา 53 ราย นอกจากนี้มูลนิธิฯยังได้เก็บข้อมูลปี2560 จากข่าวหนังสือพิมพ์ พบว่า มีข่าวล่วงละเมิดทางเพศเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี กว่า 42 ข่าว อายุ 11-20 ปี 145 ข่าว ในจำนวนนี้มี 17 ข่าว ที่ก่อเหตุในโรงเรียน ส่วนอาชีพครูที่เป็นผู้กระทำ มี 13 ข่าว

92 องค์กร จี้ รมว.ศธ. หยุดซาตานในคราบครู

92 องค์กร จี้ รมว.ศธ. หยุดซาตานในคราบครู

 ดร.วราภรณ์ กล่าวว่า เครือข่ายฯ อยากเห็นสถานศึกษาเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินมาตรการเร่งด่วน ดังนี้ 1. เมื่อเกิดเหตุล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กนักเรียน เช่น ที่เกิดในจังหวัดมุกดาหาร กระทรวงศึกษาฯ ต้องไม่ปล่อยให้เด็กผู้เสียหายและผู้ปกครองดำเนินการเรียกร้องความยุติธรรมอย่างโดดเดี่ยว แต่กระทรวงฯ ต้องทำหน้าที่เป็นเจ้าทุกข์ร่วมในการแจ้งความและฟ้องร้องดำเนินคดีทางอาญา ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เด็กผู้เสียหายและผู้ปกครอง และจัดการให้เด็กเข้าถึงการคุ้มครองสวัสดิภาพและได้รับการเยียวยาทางจิตใจและสังคมโดยเร่งด่วน 2.ในกรณีที่สอบสวนแล้วพบว่าครูหรือบุคลาการทางการศึกษาอื่นกระทำผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศต่อนักเรียน ให้กระทรวงศึกษาฯ ลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุด ถอนใบประกอบวิชาชีพครู และหากบุคคลดังกล่าวยังคงรับราชการหรือปฏิบัติงานในหน่วยงานด้านการศึกษาต่อไป จะต้องไม่ให้ปฏิบัติงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนโดยตรงอย่างเด็ดขาด 3.รัฐมนตรีหรือผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาฯ ควรรีบลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหารเยี่ยมโรงเรียนที่เกิดเหตุ เพื่อให้กำลังใจและแสดงจุดยืนปกป้องนักเรียนผู้เสียหายและครอบครัว และสร้างขวัญกำลังใจให้นักเรียน ผู้ปกครอง และครูที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดครั้งนี้

นอกจากนี้ ศธ. ต้องมีมาตรการเชิงป้องกัน คือ 4.เร่งออกนโยบายและมาตรการเชิงรุกที่ชัดเจนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางเพศสำหรับโรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศ 5. จัดตั้งกลไกระดับกระทรวง เพื่อรับเรื่องร้องเรียนกรณีปัญหาความรุนแรงทางเพศในโรงเรียน โดยกลไกดังกล่าวต้องมีความเป็นอิสระ มีองค์กรภายนอกที่เชี่ยวชาญด้านสิทธิเด็กและการแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางเพศเข้าร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีการประชาสัมพันธ์ให้ครู ผู้บริหารโรงเรียน นักเรียน และผู้ปกครองรับทราบและเข้าถึงกลไกดังกล่าวได้อย่างกว้างขวาง และ 6.ให้การศึกษาแก่ครูและผู้บริหารโรงเรียนทั่วประเทศเกี่ยวกับหลักการและแนวปฏิบัติเพื่อการคุ้มครองสิทธิเด็ก การเคารพความเสมอภาคระหว่างเพศ และมีแนวปฏิบัติเพื่อสร้างให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากความรุนแรงทางเพศ
นายณัฏฐพล กล่าวว่า การล่วงละเมิดทางเพศในโรงเรียน เป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ มีนโยบาย 3-4 เรื่อง ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นในโรงเรียน ทั้งเรื่องล่วงละเมิดทางเพศ ยาเสพติด การทำร้ายหรือบูลลี่ รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่ต้องปรับเกี่ยวกับการศึกษา ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ากระบวนการต่อสู้ในเรื่องการละเมิดทางเพศความเข้มข้นยังน้อยไป จึงได้มีการตั้งคณะทำงาน รวมถึงตั้งศูนย์ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาในอดีต หรือไม่ได้แก้ปัญหาในอดีต ทั้งการขับเคลื่อน กล่าวโทษ หรือตั้งคณะกรรมการต่างๆ เพื่อทำให้ทุกอย่างรวดเร็วและถูกต้อง ในช่วง 4-5 คดีหลังที่เกิดขึ้นจะเห็นว่ามีความรวดเร็วและมีความกระตือรือร้น รวมทั้งมีความรอบคอบ เพราะเป็นการกล่าวโทษในเรื่องสำคัญกับบุคลากรทางการศึกษา 
 นายณัฏฐพล กล่าวว่า เรื่องนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญและจะต่อสู้อย่างมุ่งมั่นในการไม่ให้มีคนเหล่านี้ที่ทำร้ายทั้งชื่อเสียงของครู โรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ และสังคม เราไม่สามารถให้คนกระทำความผิดในการล่วงละเมิดทางเพศวนเวียนอยู่ในกระบวนการของกระทรวงฯ พร้อมให้ความมั่นใจหากมีการกล่าวโทษและพบว่ามีความผิด จะไม่ได้กลับมาวนเวียนอยู่ในกระทรวง ส่วนการตั้งศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ กระทรวงศึกษาธิการ (ศคพ.) ขึ้นมาเพื่อเป็นการปราบและป้องกัน ทั้งยังมีมาตรการในเชิงรุกอีกด้วย เรื่องเหล่านี้อยากให้ทุกคนให้ความสำคัญ ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องต่อสู้การล่วงละเมิดทางเพศในโรงเรียนอย่างจริงจัง

92 องค์กร จี้ รมว.ศธ. หยุดซาตานในคราบครู

นอกจากนี้ นายณัฏฐพล ยังเปิดเผยอีกว่า ผมได้ส่งหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หากมีปัญหาในพื้นที่ต่างๆ และทางกระทรวงฯ มีข้อมูลหลักฐานเพียงพอที่จะตั้งคณะกรรมการวินัยร้ายแรงได้ เมื่อมีการกล่าวโทษในกระบวนการยุติธรรมไม่อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปล่อยให้ผู้ที่ถูกกล่าวโทษสามารถออกไปได้ง่ายๆ โดยอยากให้ตำรวจคัดค้านการประกันตัว แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ด้วย
สำหรับเครือข่ายที่ร่วมกันยุติความรุนแรงทางเพศในโรงเรียน มีองค์กรต่างๆ ถึง 92 องค์กรที่เกี่ยวกับเด็ก สตรี และการศึกษา เข้าร่วม อาทิ แผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ สมาคมเพศวิถีศึกษา, มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล, มูลนิธิการศึกษาเพื่อสร้างพลเมืองไท,มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว,กลุ่มมานีมานะ, มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์, กลุ่มครูขอสอน,หิ่งห้อยน้อย:เว็บไซต์เพื่อเด็กที่ถูกตีตรา,สมัชชาเครือข่ายปฏิรูปการศึกษา, ภาควิชาการศึกษาตลอดชีวิต คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, SHero Thailand, มูลนิธิเด็ก เยาวชนและครอบครัว, เครือข่ายปกป้องเด็กและเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยงทางสังคม, มูลนิธิเพื่อนหญิง, ศูนย์ประสานการช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กอำนาจเจริญ ฯลฯ

92 องค์กร จี้ รมว.ศธ. หยุดซาตานในคราบครู



ข่าวล่าสุด