ทั้งนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาและนำระบบต่างๆ เข้ามาใช้ในพื้นที่โครงการ อาทิ ระบบการจัดการพลังงานภายในอาคาร (BEMS) ระบบการจัดการพลังงานภายในที่อยู่อาศัย (HEMS) การทำระบบสายไฟฟ้าใต้ดิน การใช้ระบบกักเก็บไฟฟ้าร่วมกับพลังงานทดแทน เพื่อให้ทุกพื้นที่ภายในโครงการ ทั้งภายในที่อยู่อาศัย พื้นที่ส่วนกลาง ตลอดจนอาคารต่าง ๆ มีการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
"การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน ถือเป็นหนึ่งในเรื่องที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เราในฐานะหนึ่งในผู้นำของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จึงได้ตัดสินใจร่วมมือกับ MEA เพื่อสร้างสรรค์ให้โครงการออริจิ้น สมาร์ท ซิตี้ รามอินทรา ของเรา กลายเป็นเมืองอัจฉริยะด้านสิ่งแวดล้อมแห่งแรกๆ ของกรุงเทพฯ ช่วยลูกบ้านให้ได้ประหยัดพลังงาน ไปพร้อมกับช่วยเมืองและประเทศ นำร่องการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากขึ้น" นายพีระพงศ์ กล่าว
สำหรับโครงการออริจิ้น สมาร์ท ซิตี้ รามอินทรา เป็นโครงการเมืองอัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ Beyond A Living Platform ประกอบด้วย 5 แกนสมาร์ท ได้แก่ 1.Smart Tech นำนวัตกรรมใหม่ๆ มาเอื้อต่อการอยู่อาศัยและใช้ชีวิตแบบไร้รอยต่อ 2.Smart Eco สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีต่อผู้อยู่อาศัย ผ่านการบริหารจัดการพลังงานด้วยเทคโนโลยีทันสมัย สร้างสังคมแห่งพลังงานทดแทน ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า 3.Smart Community สร้างอาณาจักรมิกซ์ยูสพร้อมบริการครบวงจร ตอบโจทย์ทั้งการเป็นแหล่งบ่มเพาะสตาร์ทอัพสายพันธุ์ใหม่ และตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ 4.Smart Security เพียบพร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่มอบความอุ่นใจในการใช้ชีวิต 5.Smart Wellness นำนวัตกรรมอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคเข้าถึงบริการสุขภาพ รับทราบข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สร้างสมดุลชีวิต ทั้งนี้ ตัวโครงการเริ่มก่อสร้างเฟสแรก ซึ่งประกอบด้วยคอนโดมิเนียม 8 ชั้น 8 อาคาร ส่วนเฟสสองและเฟสสามอยู่ในระหว่างช่วงพัฒนา ตั้งแต่เมื่อไตรมาส 4/2562 คาดว่าเฟสแรกจะก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 1/2564