นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่าในช่วงการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้การเดินทางของประชาชนเพิ่ม
สสส. จึงสนับสนุนให้เครือข่ายระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยทุกคนเข้าถึงได้ดำเนินการลงพื้นที่สำรวจปัญหาระบบขนส่งมวลชน ระหว่างวันที่ 1-8 พฤษภาคม 2563 กลุ่มเป้าหมาย 437 คน และสังเกตการณ์เพื่อเก็บข้อมูลการใช้บริการรถเมล์ 10 จุด ในชั่วโมงเร่งด่วน
พบว่า คนส่วนใหญ่ยังคงเดินทางน้อยลงโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ และคนพิการ ส่วนใหญ่เป็นผู้มีอายุระหว่าง 36-60 ปีมากที่สุด คือ ร้อยละ 64.9 ส่วนใหญ่เดินทางไปทำงาน รองลงมา คือ การไปซื้ออาหารและของใช้จำเป็น
ปัญหาที่พบมากที่สุด คือ การมีรถให้บริการไม่เพียงพอและการที่ผู้ใช้บริการต้องรอนานกว่าในช่วงปกติ รองลงมาคือการไม่สามารถเว้นระยะห่างจากผู้โดยสารคนอื่นได้เมื่ออยู่ในยานพาหนะ
"คนส่วนใหญ่กังวลเรื่องการเว้นระยะห่างของผู้โดยสารโดยเฉพาะรถตู้แถบชานเมืองในเวลาเร่งด่วนเพราะรับผู้โดยสารเต็มคันโดยไม่มีการให้เว้นที่นั่ง รถเมล์บางสายบางคันในช่วงเวลาเร่งด่วนมีผู้โดยสารจำนวนมาก ไม่สามารถจะเว้นระยะยืนห่างกัน 1-2 เมตรได้
ส่วนรถเมล์ร่วมบริการของเอกชนพบว่ามีการรับคนโดยไม่คำนึงถึงมาตรการเว้นระยะห่างเช่นเดียวกับรถสองแถวที่มีผู้โดยสารนั่ง และยืนเต็มคัน
ส่วนเรือโดยสาร การขึ้น-ลงที่ท่าเรือ มีการกำหนดจุดให้เว้นระยะห่างแต่ไม่สามารถปฏิบัติตัวตามมาตรการได้ นอกจากนี้กังวลเรื่องการทำความสะอาดยานพาหนะที่ใช้บริการ และเจลแอลกอฮอล์ให้บริการไม่ทั่วถึง
ซึ่งหากระบบขนส่งสาธารณะไม่ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคอย่างเคร่งครัดอาจทำให้โควิด-19 กลับมาระบาดใหม่ได้ " นางภรณี กล่าว