นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า หลังจากที่ครม. พิจารณาการแก้ไขปัญหา
บมจ.การบินไทย ตามมติของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(คนร.) โดยให้การบินไทยเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการตามพรบ.ล้มละลาย และให้กระทรวงลดสัดส่วนการหุ้นการบินไทยต่ำกว่า 50% ซึ่งจะพ้นสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้เกิดความคล่องตัว
โดยในสัปดาห์นี้กระทรวงคมนาคมจะเสนอรายชื่อบุคคลที่เข้ามาเป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการที่จะมีการประชุมร่วมกับเจ้าหนี้ และทำเรื่องยื่นต่อศาลล้มละลายกลางอนุมัติ
หลังจากนั้นจะมีการแต่งตั้งผู้บริหารแผน เพื่อดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการต่อไป ซึ่งจะมีทั้งหมด 10 ขั้นตอน และจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด
"แนวทางที่กระทรวงคมนาคมเสนอ คือ การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูภายใต้คำสั่งศาลล้มละลายกลางเป็นการดำเนินการขั้นตอนที่ 1 เมื่อครม.เห็นชอบให้การบินไทยเข้าสู่ฟื้นฟูกิจการ และกระทรวงการคลังลดถือหุ้นเพื่อให้คล่องตัว
หลังจากนี้ จะดำเนินการจัดทำเรื่องยื่นคำร้องขอฟื้นฟูมีการตั้งคณะทำงานเจรจาเจ้าหนี้ และตรวจสอบบัญชีลูกหนี้ ถ้าศาลรับคำร้องการฟื้นฟูการบินไทยจะได้รับการคุ้มครอง ทำให้เราสามารถหยุดจำนวนเงินหรือหนี้ที่เพิ่มขึ้นในเรื่องดอกเบี้ย และมีการเจรจาเจ้าหนี้ทั้งในและนอกประเทศให้เห็นแผนฟื้นฟูมีโอกาสทำให้การบินไทยกลับมาแข็งแรงได้"
ส่วนกรณีที่เกิดคำถามว่าเมื่อการบินไทยเข้าสู่แผนฟื้นฟูแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ยืนยันว่าการบินไทยยังคงดำเนินกิจการได้อยู่ แต่ต้องทำภายใต้แผนฟื้นฟูที่ศาลพิจารณา
ด้านนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ในส่วนสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ลงทุนการบินไทย พบว่าเป็นหุ้นสามัญ 4 สหกรณ์ มูลค่า 273 ล้าน และ 81 สหกรณ์ ลงทุนหุ้นกู้ มูลค่า 4.2 หมื่นล้านบาท ถ้าเทียบสินทรัพย์ที่กระทบกับสหกรณ์ออมทรัพย์อยู่ที่ 3.62% โดยสหกรณ์กลุ่มนี้มีฐานะดีเป็นสหกรณ์ชั้น1 และมีเพียง 7 สหกรณ์ ที่ถือหุ้นกู้เกิน 10% จึงไม่มีนัยสำคัญที่กระทบต่อฐานะของสหกรณ์
"สิ่งที่กังวลจะกระทบผลการดำเนินการสหกรณ์ ถ้าไม่ได้รับชำระคืน 4.2 หมื่นล้านบาท ยืนยันว่าหุ้นกู้ไม่ได้ครบกำหนดชำระปีเดียว แต่เริ่มตั้งแต่ปี 2563-2577 โดย ปี 2563 กระทบ 21 สหกรณ์ ประมาณ 1,000 กว่าล้าน
ซึ่งขณะนี้หนี้ทุกก้อนจะไปถูกรันบนแผนฟื้นฟู และรับการชำระหนี้ใหม่ ยังไม่ถือเป็นหนี้ไม่สูญยังมีโอกาสได้รับการชำระคืน ส่วนสภาพคล่องสหกรณ์ที่มาลงทุนในการบินไทย 82 สหกรณ์ ดูเงินสดบวกสินทรัพย์ต่อเงินฝากสมาชิก มีเพียง 15 สหกรณ์ มีสภาพคล่องต่ำกว่า 10%
แสดงว่าในเรื่องสภาพคล่องไม่กระทบเลยแต่วันนี้ตัวสมาชิกตกใจถอนเงินฝาก จึงกระทบระยะสั้นเท่านั้น และหลังจากที่มีการสื่อสารออกไปการถอนเงินฝากลดลงไป ทำให้สมาชิกมั่นใจมากขึ้น"
ส่วนกระบวนการหลังจากมติครม.อนุมัติแผนฟื้นฟูการบินไทยออกมานั้น ทาง ครม.ให้เข้ามาดูแลกลุ่มที่ซื้อหุ้นกู้ให้คุ้มครองผลประโยชน์ ดังนั้นกระบวนการต่อไปเมื่อการบินไทยยื่นเรื่องต่อศาลล้มละลายกลาง และเมื่อศาลรับคำร้องแล้ว ทางสหกรณ์ต่างๆจะขอรับชำระหนี้จากการบินไทยไม่ได้ ทางกรมฯจะเชิญสหกรณ์มาหารือจะขอรับชำระหนี้จากการบินไทยอย่างไรหลังจากตั้งผู้ทำแผนมาแล้ว
โดยสหกรณ์จะกำหนดท่าทีชำระหนี้ร่วมกันในแผนฟื้นฟู 4.2 หมื่นล้านบาทหรือเข้าไปพร้อมกันทีเดียว หลังจากนั้นถ้าศาลเห็นชอบแผนและตั้งผู้บริหารแผนแล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการเจรจจา
"การฟื้นฟูกิจการมองมีอยู่ 3-4 แนวทาง คือ
1. ถ้ากรณีชำระหนี้เต็มจำนวน และงวดชำระเดิมปี 2563 จะไม่ได้รับกระทบอะไรกับ 77 สหกรณ์ แต่ต้องดูแผนใหม่กำหนดอัตราตอบแทนเท่าไหร่
2.ถ้าขอขยายหนี้หรือยืดชำระหนี้ออกไป ก็ยังไม่กระทบฐานะแต่กระทบสภาพคล่องบางส่วน
3. ถ้าหากแฮร์คัต หรือตัดหนี้บางส่วนออกไปจะกระทบสถานะหนี้สหกรณ์ และผลการดำเนินการกระทบก็กระทบ
และ4.ถ้าแปลงหนี้เป็นทุน เงินต้นเงินสหกรณ์ไม่หายไปไหนแต่จะไปอยู่ต้นทุนของสหกรณ์ในการร่วมเป็นเจ้าของการบินไทย ซึ่งแนวทางฟื้นฟูถือเป็นผลดีแต่วันนี้อาจกระทบต่อสภาพคล่องบ้าง"
นายพิเชษฐ์ กล่าว