เนชั่นทีวี

ข่าว

ม้าตายยังพุ่ง - ชมรมหมอม้าวิเคราะห์ 3 พื้นที่เสี่ยง

19 พ.ค. 2563 | anuruck_phe

ม้าตายยังพุ่ง - ชมรมหมอม้าวิเคราะห์ 3 พื้นที่เสี่ยง

ข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊ค "ชมรมสัตว์แพทย์บำบัดโรคม้าแห่งประเทศไทย" หรือ TSEP รายงานจำนวนม้าตายสะสม จากการติดเชื้อกาฬโรคแอฟริกาในม้า หรือ AHS พุ่งขึ้นเป็น 538 ตัวแล้ว เพิ่มขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อน 8 ตัว แสดงว่ายังคงมีม้าตายจากโรคระบาดนี้อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการระดมฉีดวัคซีนป้องกัน และสร้างมุ้งให้ม้าตามฟาร์มต่างๆ ก็ตาม

นี่คือแผนที่แสดงพื้นที่เสี่ยงของโรคAHS ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ งเมษายน /จากการวิเคราะห์โดยใช้แบบจำลองเชิงพื้นที่ เพื่อหาความสัมพันธ์ของการระบาดจากกลุ่มระบาดวิทยาทางสัตวแพทย์ สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ได้ผลสรุปว่า ปัจจัยหลักที่มีผลต่อการระบาดหลักๆ มีอยู่ 2ข้อได้แก่

1. ปัจจัยเรื่องระยะทางถึงฟาร์มที่มีโรค มีผลโดยตรงกับการระบาดพบว่ายิ่งอยู่ใกล้ฟาร์มที่มีการระบาดมากเท่าใดโอกาสที่แมลงพาหะจะแพร่เชื้อก็ยิ่งมากเท่านั้น

2. ปัจจัยเรื่องความหนาแน่นของฟาร์มม้าในพื้นที่จะส่งผลต่อจำนวนของเชื้อที่อยู่ในบริเวณนั้น เพราะยิ่งพื้นที่ที่มีฟาร์มหนาแน่นมากปริมาณแมลงพาหะและม้าก็จะยิ่งมีปริมาณมากตามไปด้วย ส่งผลให้เชื้อ AHS มีที่อยู่อาศัย และแพร่พันธุ์ได้มากขึ้นไปโดยปริยาย

จากแผนที่จะพบความเหมือนกันของพื้นที่ปากช่องหัวหิน และราชบุรี ทำให้ความเสี่ยงต่อการระบาดของโรค AHS อยู่ในระดับสูงสุด คือจุดที่มีสีม่วงหนาแน่นทั้ง 3 พื้นที่ แต่พบว่ามีปัจจัยรบกวนการแพร่กระจายของโรคที่แตกต่างกันของ 3 พื้นที่ จากการเก็บข้อมูลของทางชมรมหมอม้ามีดังนี้

- พื้นที่ปากช่อง เป็นที่แรกๆ ของประเทศที่มีการระบาดทำให้ในช่วงแรกของการระบาด ฟาร์มในพื้นที่ยังไม่ทราบว่าเกิดโรคระบาดนี้และไม่ได้มีการติดมุ้งเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคทำให้โรคแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วเป็นวงกว้าง

- พื้นที่ราชบุรี เป็นพื้นที่ที่เกิดโรคภายหลังจากพื้นที่ปากช่องหลายวันเมื่อพบว่ามีม้าป่วยตายจากโรค ทางฟาร์มที่เกิดโรคได้กางมุ้งทันทีทำให้โรคไม่แพร่กระจายไปฟาร์มอื่นๆ

- พื้นที่หัวหิน มีฟาร์มม้าหนาแน่นในระยะใกล้กันทำให้การแพร่กระจายเกิดได้ง่าย แต่ปริมาณม้าของพื้นที่หัวหินไม่หนาแน่นเท่า 2 พื้นที่ข้างต้น ในพื้นที่มีการกางมุ้งในภายหลังที่เกิดการโรคไปได้สักระยะทำให้มีการแพร่กระจายของโรคในระดับหนึ่ง และยังควบคุมให้อยู่ในวงแคบได้

จะเห็นว่าความรวดเร็วในการกางมุ้งเพื่อป้องกันแมลงพาหะส่งผลโดยตรงกับอัตราการตายและอัตราการแพร่กระจายโรคส่งผลให้สามพื้นที่นี้มีจำนวนม้าตาย และมีการแพร่กระจายของโรคที่แตกต่างกัน

ทางชมรมฯจึงขอแนะนำให้ฟาร์มม้าและคอกม้าเร่งกางมุ้งและดำเนินการใช้มุ้งตามมาตรการมุ้งระยะที่ 2 คือนำม้าเข้ามุ้งในเวลาก่อนพระอาทตย์ตก และหลังพระอาทิตย์ขึ้น 2-3 ชั่วโมง และพ่นยากำจัดแมลงด้วย




ที่มา :https://sites.google.com/view/tsep/AHS-general-info/Ahs-risk-map?authuser=0&fbclid=IwAR3aT59_G4UvynGkY2iD7ZlWUfD_wZvRoSeOVn_osc9p3T_mEz-qygV7caw--------------

ข่าวล่าสุด