แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (18 22 พ.ค. 63)
ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากหลายประเทศได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองและเปิดเศรษฐกิจบางส่วน ซึ่งจะทำให้ความต้องการใช้น้ำมันปรับตัวสูงขึ้น อีกทั้งตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการเริ่มปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกและพันธมิตร รวมถึงการลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงกังวลต่อการแพร่ระบาดระลอก 2 ที่อาจเกิดขึ้นหลังการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
1.ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุน หลังหลายประเทศทั่วโลก เช่น ออสเตรเลีย เยอรมนี ฝรั่งเศส และบางรัฐในสหรัฐฯ เริ่มเปิดเมืองและกลับมาดำเนินธุรกิจบ้างแล้ว หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีความกังวลว่าสถานการณ์โควิดระลอก 2 อาจเกิดขึ้นได้หลังจากการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง ได้แก่ ในเกาหลีใต้และจีน ที่มียอดติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง
2.กลุ่มโอเปกและพันธมิตร (โอเปกพลัส) ให้ความเห็นว่าอาจมีการขยายระยะเวลาสำหรับข้อตกลงลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบราว 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมิ.ย.63 ออกไป โดยทางกลุ่มโอเปกพลัสจะตัดสินใจในเรื่องปริมาณการผลิตน้ำมันดิบรวมถึงระยะเวลาอีกครั้งในการประชุมครั้งถัดไปช่วงต้นเดือน มิ.ย.63 โดยล่าสุดซาอุดิอาระเบียประกาศจะลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบจากระดับ 8.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนพ.ค.63 ลงอีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน มิ.ย. 63 เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำมันดิบที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำหลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยล่าสุดรายงานประจำเดือน พ.ค.63 ของกลุ่มโอเปก ประเมินว่าความต้องการใช้น้ำมันโลกในปี 63 อาจลดลงถึง 9.07 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือราวร้อยละ 9.1 เมื่อเทียบกับปี 62 ซึ่งถือว่าเป็นการปรับลดลงจากการประเมินครั้งก่อนที่มองว่าจะลดลงเพียง 6.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน