เนชั่นทีวี

ข่าว

เอดีบี กสิกรไทย ให้เงินกู้โครงการลมลิกอร์ของบีซีพีจี

18 พ.ค. 2563 | orawan_jan

เอดีบี กสิกรไทย ให้เงินกู้โครงการลมลิกอร์ของบีซีพีจี

เอดีบี กสิกรไทย สนับสนุนเงินกู้ 616 ล้านบาท ในโครงการลมลิกอร์ของบีซีพีจี โรงไฟฟ้าพลังงานลมแห่งแรกในไทย ที่นำร่องใช้นวัตกรรมกักเก็บพลังงาน สร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน

ธนาคารพัฒนาเอเชีย (AsianDevelopment Bank) ธนาคารกสิกรไทยจำกัด (มหาชน) และบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)ร่วมลงนามสัญญาเงินกู้โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม "ลมลิกอร์" บริษัทในเครือของบีซีพีจี ขนาดกำลังการผลิต 10 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ อำเภอปากพนังจังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งเป็นโครงการนำร่องภาคเอกชนรายแรกในประเทศไทยที่นำระบบกักเก็บพลังงาน (EnergyStorage System) ขนาด1.88เมกะวัตต์ชั่วโมง มาใช้เพื่อทำให้ระบบโครงข่ายไฟฟ้ามีเสถียรภาพมากขึ้นโดยระบบนี้จะทำหน้าที่กักเก็บพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้เกินความต้องการและนำมาใช้เมื่อมีความจำเป็นในเวลาที่เหมาะสมส่งผลให้ชุมชนมีไฟฟ้าที่เพียงพอต่อความต้องการส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งโครงการนี้เป็น 1 ใน 4โครงการของบีซีพีจี ที่ได้รับคัดเลือกจากสำนักงานกำกับดูแลกิจการพลังงาน (กกพ.)ให้เข้าร่วมโครงการทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีสนับสนุนให้บริการด้านพลังงาน (ERCsandbox) เพื่อเป็นต้นแบบสำหรับการนำระบบบริหารจัดการพลังงาน(Energy Management System) มาใช้กับพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานลมต่อไป


วงเงินกู้ดังกล่าวจำนวนรวมทั้งสิ้นประมาณ616.1 ล้านบาท เป็นการสนับสนุนร่วมกันระหว่าง ธนาคารพัฒนาเอเชีย (AsianDevelopment Bank) ในวงเงินประมาณ 235.6 ล้านบาทกองทุนเพื่อเทคโนโลยีสะอาด (Clean Technology Fund) ซึ่งอยู่ภายใต้กองทุนเพื่อการลงทุนด้านภูมิอากาศ(Climate Investment Funds) ในวงเงินประมาณ 144.9 ล้านบาท และธนาคารกสิกรไทยในวงเงินประมาณ 235.6 ล้านบาทซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนโครงการที่ช่วยลดมลภาวะทางอากาศเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประยุกต์ใช้นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

นายบัณฑิต สะเพียรชัยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การที่โครงการพลังงานลม"ลมลิกอร์" บริษัทในเครือของบีซีพีจี ได้ลงนามสัญญาอนุมัติเงินกู้กับธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank) และ ธนาคารกสิกรไทยในครั้งนี้ทำให้บริษัทฯ สามารถบริหารเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพมีเม็ดเงินเพื่อไปลงทุน และสร้างโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคตซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้โดยโครงการลมลิกอร์จะมีส่วนช่วยเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าที่มาจากพลังงานหมุนเวียนให้แก่ระบบไฟฟ้าภายในประเทศอย่างน้อย14,870 เมกะวัตต์ ต่อปี เทียบเท่ากับการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ 6,263ตัน ตลอดทั้งปี 2563


"นวัตกรรมระบบบริหารจัดการพลังงาน (EnergyManagement System) นอกจากจะช่วยให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน(Circular Economy) แล้ว ยังสามารถใช้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการบริหารจัดการระบบการสำรองไฟฟ้าของประเทศไทยได้อีกด้วย"นายบัณฑิตกล่าวทิ้งท้าย


บีซีพีจี ในฐานะบริษัทฯผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนชั้นนำของภูมิภาคเอเชียมีนโยบายในการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบสนองต่อความต้องการการใช้พลังงานของผู้บริโภคและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่องรวมถึงส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในทุกภาคส่วนเอี้อประโยชน์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของพลังงานมากขึ้น ภายใต้แนวคิด Democratizationof Energy

ข่าวล่าสุด