ที่น่าสนใจคือ เมื่อแบ่งกลุ่มออกตามช่วงอายุในฐานสนับสนุนรัฐบาล พบคนอายุ 60 ปีขึ้นไปเป็นฐานสนับสนุนรัฐบาลที่มากที่สุดคือร้อยละ 48.7 แต่กลุ่มเยาวชนคืออายุไม่เกิน 24 ปี มีเพียงร้อยละ 10.9 เท่านั้นที่สนับสนุนรัฐบาล แต่กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาล พบเยาวชนอายุไม่เกิน 24 ปีส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.9 ไม่สนับสนุนรัฐบาล และกลุ่มอายุ 24 39 ปี ร้อยละ 49.0 ไม่สนับสนุนรัฐบาลเช่นกัน ในขณะที่กลุ่มคนอายุ 40 59 ปี ร้อยละ 27.6 และอายุ 60 ปีขึ้นไปร้อยละ 31.1 ที่ไม่สนับสนุนรัฐบาล อย่างไรก็ตาม กลุ่มพลังเงียบพบเยาวชนจำนวนมากหรือร้อยละ 30.2 กลุ่มอายุ 25 39 ปี ร้อยละ 29.3 กลุ่ม 40 49 ปี ร้อยละ 33.5 และกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้น ร้อยละ 20.2 ตามลำดับ
ที่น่าพิจารณาคือ ระหว่าง ยี้ กับ รับได้ความขัดแย้งวุ่นวายทางการเมือง แย่งตำแหน่ง แย่งเก้าอี้แบ่งพรรคแบ่งพวก ต้นเหตุขัดแย้ง จำแนกตามฐานสนับสนุนรัฐบาล ไม่สนับสนุนรัฐบาล และพลังเงียบพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ในทุกกลุ่มฐานจุดยืนการเมือง ยี้ นักการเมืองแย่งเก้าอี้ ต้นเหตุขัดแย้งวุ่นวายทางการเมืองคือ ร้อยละ 94.5 ของกลุ่มสนับสนุนรัฐบาล ร้อยละ 82.9 ของกลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาล และร้อยละ92.1 ของกลุ่มพลังเงียบ ยี้ บรรดานักการเมืองแย่งเก้าอี้ ต้นเหตุขัดแย้งวุ่นวาย
ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ฐานสนับสนุนของรัฐบาลยังเปราะบางอยู่มาก โดยเห็นได้ชัดว่ากลุ่มเยาวชนส่วนใหญ่ยังไม่สนับสนุนรัฐบาลคือยังไม่มีอะไรที่ทำแล้วโดนใจพวกเขาหรือแม้แต่กลุ่มคนสูงอายุสัดส่วนที่ไม่สนับสนุนก็ไม่น้อยคือเกือบ 1 ใน 3 ดังนั้นฐานที่เปราะบางเช่นนี้จึงทำให้กลุ่มคนสนับสนุนลดฮวบลงอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเรื่องที่ละเอียดอ่อนไหวต่ออารมณ์ของประชาชน เพราะประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ปักใจอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพวกเขายี้หรือรับไม่ได้กับพฤติกรรมกระหายตำแหน่ง หาผลประโยชน์เพื่อตนเองและพวกพ้องแทนที่จะก้มหน้าก้มตาทำงานหนักช่วยเหลือเยียวยาทุกข์ของประชาชนช่วงโควิด-19 และวิกฤตอื่น ๆ
"จากข้อมูลผลสำรวจครั้งนี้จึงเสนอแนะให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองผู้มีบารมีสูง ๆ ทั้งที่เป็นรัฐบาลและไม่ใช่รัฐบาลร่วมกับภาคประชาสังคมได้ช่วยสกัดกั้นอย่าให้คนไม่ดีขึ้นปกครองบ้านเมืองแต่ขอให้ส่งเสริมคนดีมีอำนาจแก้ปัญหาเดือดร้อนของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทำไมไม่ช่วยกันควบคุมดูแลสถานการณ์และรักษาสถานภาพเดิม (Status Quo) ของการขับเคลื่อนประเทศเอาไว้" ดร.นพดล กล่าว