เนชั่นทีวี

ข่าว

แจ้งข้อหากระทำชำเราฯอาจารย์ชายข่มขืนลูกในไส้

18 พ.ค. 2563 | Sarut

แจ้งข้อหากระทำชำเราฯอาจารย์ชายข่มขืนลูกในไส้

นครราชสีมา - คดีอาจารย์สาวแจ้งจับสามีข่มขืนลูกตนเอง ตำรวจสอบสวนสรุปแล้วโดยแจ้งข้อกล่าวหาล่วงละเมิดเด็กกับอาจารย์ชาย เจ้าตัวให้การปฏิเสธพร้อมต่อสู้คดี แต่ยังไม่ได้มีการควบคุมตัวแต่อย่างใด เพราะพ่อของเด็กไม่มีพฤติการณ์ที่จะหลบหนี

ความคืบหน้า คดีอาจารย์สาวมหาวิทยาลัย อายุ37ปี แจ้งความดำเนินคดีกับสามี อายุ47ปี ซึ่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเดียวกัน โดยกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศกับลูกในไส้ทั้งสองคน คือ ลูกสาว วัย9ขวบ และลูกชายวัย7ขวบ ซึ่งได้มีนำตัวเด็กทั้ง 2 คน มาที่สำนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้เจ้าหน้าที่สหวิชาชีพสอบปากคำเพิ่มเติม และส่งเด็กตรวจร่างกายที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา

แจ้งข้อหากระทำชำเราฯอาจารย์ชายข่มขืนลูกในไส้


ล่าสุด วันนี้ (18 พฤษภาคม 2563) พ.ต.อ.กฤตยา เลาประสพวัฒนา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ตอนนี้กำลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเบื้องต้นส่วนการจะมีการดำเนินคดีใดๆนั้นก็ต้องรอผลตรวจให้แน่ชัดก่อน

แจ้งข้อหากระทำชำเราฯอาจารย์ชายข่มขืนลูกในไส้


ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้เรียกตัวอาจารย์ชายที่ถูกกกล่าวหาให้มารับทราบข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา "กระทำชำเรากับเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี" ตามที่แม่ของเด็กได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ซึ่งอาจารย์ชายคนดังกล่าวได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับให้การปฏิเสธ ซึ่งก็เป็นสิทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา โดยจากนี้ไปก็อยู่ในขั้นตอนต่อสู้กันตามกระบวนการของกฎหมาย แต่ยังไม่ได้มีการควบคุมตัวแต่อย่างใด เพราะพ่อของเด็กไม่มีพฤติการณ์ที่จะหลบหนีไปไหน

แจ้งข้อหากระทำชำเราฯอาจารย์ชายข่มขืนลูกในไส้


อย่างไรก็ตาม ต้องนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทั้งพ่อและแม่ของเด็กจนท. ตำรวจ ก็มีหน้าที่พิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร ถ้ามีมูลก็สามารถนำเข้าสู่สำนวนการสอบสวนได้ ส่วนผลการตรวจร่างกายของเด็ก จะต้องรอแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาแจ้งผลการตรวจอย่างละเอียดมาให้ทราบก่อน

สำหรับเรื่องกระบวนการคุ้มครอง ทางแม่ของเด็กมีการทำหนังสือมาไปผู้บังคับการตำรวจจังหวัดนครราชสีมา ทาง สภ.เมืองฯ ได้ทำความเห็นส่งให้ผู้บังคับการฯ แล้ว แต่เนื่องจากบ้านของผู้เสียหายไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่ สภ.เมืองฯ จึงประสานให้ตำรวจท้องที่ไปดูแล ซึ่งคาดว่าจะสรุปสำนวนคดีภายในระยะเวลาที่กำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ข่าวล่าสุด