เนชั่นทีวี

ข่าว

รู้ไว้ก่อนเที่ยว! เปิดมาตรการห้างใหญ่คุมโควิดหลังคลายล็อก

17 พ.ค. 2563 | thanita_boo

รู้ไว้ก่อนเที่ยว! เปิดมาตรการห้างใหญ่คุมโควิดหลังคลายล็อก

เปิดมาตรการ "ห้างใหญ่" ควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 หลัง ศบค.คลายล็อกเฟส 2 เริ่มพร้อมกัน 17 พฤษภาคมนี้ เดอะมอลล์ จัดเต็ม 10 มาตรการหลัก 100 มาตรการย่อย ขณะที่เซ็นทรัล ชูคอนเซ็ปต์ "สะอาด ปลอดภัย อุ่นใจ เสมือนอยู่บ้าน"

ภายหลังภาครัฐได้มีการคลายล็อคในขั้นที่ 2ให้เปิดห้างสรรพสินค้าได้ตามปกติ แต่จะต้องมีมาตรการดูแลตามที่ทางรัฐกำหนดโดยห้างต้องเปิดและปิดพร้อมกันเวลา 10.00-20.00 น.เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 17พ.ค.2563 เป็นต้นไปส่งผลให้เหล่าบรรดาห้างสรรพสินค้าทั้งหลายต่างๆได้ออกมาแสดงมาตราการความพร้อมในการเปิดห้างในการป้องกันความปลอดภัยขั้นสูงสุดเพื่อสอดรับสู่วิถีNEW NORMALในการเปิดห้างฝ่าวิกฤติไวรัสโควิด-19แบบเต็มรูปแบบ



เซ็นทรัล ชู 5 หัวข้อคุมเข้ม

บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือกลุ่มเซ็นทรัลรีเทลเปิดเผยว่า ถ้ารัฐบาลประกาศผ่อนปรนให้ห้างสรรพสินค้ากลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติห้างเซ็นทรัล ก็พร้อมจะเปิดให้บริการทั้ง 23 สาขาทั่วประเทศอีกครั้งในคอนเซ็ปต์ ห้างเซ็นทรัล สะอาด ปลอดภัย อุ่นใจ เสมือนอยู่บ้าน ภายใต้ 5 หัวข้อคุมเข้ม ได้แก่


1."ปลอดภัยสูงสุด" (Central isSafe)

-พนักงานต้องสวมหน้ากากอนามัย และ Face Shield ตลอดเวลา ขณะปฏิบัติงาน และทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ทั้งก่อนและหลังบริการ

-ตรวจวัดอุณหภูมิพนักงานทุกคน ทุก 3 ชั่วโมง

-มีระบบติดตาม (Tracking) ข้อมูลลูกค้าที่มาใช้บริการรวมถึงพนักงานที่เข้ามาปฏิบัติงานที่ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ


2."เคร่งครัด คัดกรอง" (Central isScreening)

-ให้บริการตรวจวัดอุณหภูมิ และบริการเจลแอลกอฮอล์ก่อนเข้าห้างฯ ให้กับลูกค้าและพนักงาน ทุกคน หากมีอุณหภูมิเกิน 37.5 องศาเซลเซียส จะไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่ และแนะนำให้ไปพบแพทย์ทันที


-ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย


-คัดกรองความเสี่ยงของพนักงานทุกคนก่อนกลับเข้ามาปฏิบัติงานโดยให้พนักงานทำแบบประเมินตนเองผ่านลิงก์ หรือคิวอาร์โค้ดที่บริษัทฯ กำหนดหากพบความเสี่ยง พนักงานจะต้องปฏิบัติตามแนวทางการกักตัวอย่างน้อย 14 วัน รวมทั้งหมั่นตรวจสอบอาการตนเองสม่ำเสมอ ฯลฯ


3."สะอาด ปลอดภัย ไร้กังวล" (Central isClean)


-สินค้าที่จำเป็นต้องสัมผัสกับลูกค้าโดยตรง อาทิชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำ เสื้อผ้า รองเท้า หรือแผนกเครื่องครัวต้องนำสินค้าที่ลองหรือสัมผัสแล้ว ไปฆ่าเชื้อโรครวมทั้งทำความสะอาดภายในห้องลองด้วยการฆ่าเชื้อโรคทุกครั้งหลังใช้บริการ


-ปูผ้าหุ้มพรม บริเวณประตูทางเข้า-ออก ห้างฯพร้อมพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และเปลี่ยนผ้าวันละ 2 รอบหรือบ่อยครั้งตามความเหมาะสมของแต่ละสาขา


-ติดตั้งเครื่องฆ่าเชื้อโรคด้วย UVC แบบอัตโนมัติที่ราวบันไดเลื่อนห้างเซ็นทรัล (บางสาขา)


-ทำความสะอาดห้องน้ำทุก 30 นาทีและติดตั้งเครื่องจ่ายเจลแอลกอฮอล์สำหรับฆ่าเชื้อโรคบนฝาสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ


-ทำความสะอาดในจุดที่ลูกค้าสัมผัสมากด้วยนํ้ายาฆ่าเชื้อโรคทุกครึ่งชั่วโมงอาทิ ราวบันไดเลื่อน ที่จับประตู และปุ่มกดลิฟต์ ฯลฯ


-ทำความสะอาดบัตรจอดรถและบัตรศูนย์อาหารด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ก่อนและหลังการใช้งานทุกครั้ง


4."เว้นห่าง อย่างห่วงใย" (Central isDistancing)


-จำกัดจำนวนคนเข้าห้างฯ ไม่เกิน 1คน ต่อ 5 ตร.ม. โดยมีระบบในการนับที่เคร่งครัด


-กำหนดจุดเว้นระยะห่าง ทุกประตูทางเข้า-ออกและทุกจุดให้บริการ อาทิ เคาน์เตอร์แคชเชียร์ เคาน์เตอร์บริการลูกค้าจุดเข้าคิวห้องน้ำ จุดแลกซื้อ จุดรอลิฟต์ บันไดเลื่อน ร้านและศูนย์อาหาร


-สำหรับภาชนะต่างๆ ในห้องเลาจน์ อาทิ แก้วน้ำ และช้อนเปลี่ยนเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง


-จัดให้มีพื้นที่ติดต่อของบุคคลภายนอกและพนักงานรับส่งอาหาร โดยจัดทำป้าย และสติ๊กเกอร์การเว้นระยะห่างรวมทั้งทำความสะอาดตามรอบที่กำหนด


-กำหนดทางเข้า-ออกของลูกค้า โดยใช้คนละข้างของประตู

-ทำฉากกั้นใส (Window Shield) ที่เคาน์เตอร์บริการลูกค้าและบนโต๊ะรับประทานอาหาร (Table Shield) ในร้านและศูนย์อาหาร


5."ลดเสี่ยงจากสัมผัส" (Central isA TouchlessExperience)


-ส่งเสริมการชำระเงินผ่านโมบายแบงกิ้ง หรืออีเพย์เมนต์แทนการชำระเงินสด


-กรณีลูกค้าชำระเงินสดทั้งธนบัตรและเหรียญที่ได้รับจะแยกไว้เพื่อนำไปฆ่าเชื้อโรคโดยการอบโอโซนและเงินที่ทอนให้ลูกค้าจะมีการใส่แผ่นรองเงินเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง


รู้ไว้ก่อนเที่ยว! เปิดมาตรการห้างใหญ่คุมโควิดหลังคลายล็อก


สยามพิวรรธน์ ใช้คอนเซ็ปต์ Innovative Health & Safety



บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าไอคอนสยาม , สยามพารากอน , สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ชูยุทธศาสตร์สุขอนามัยและและความปลอดภัยด้วยนวัตกรรมสร้างสรรค์ (InnovativeHealth & Safety) ครอบคลุมใน 3 มิติหลักประกอบด้วย



1.ยุทธศาสตร์สุขอนามัยของพนักงานผู้ให้บริการ


คัดกรองก่อนทำงานและติดตามเข้มงวดทุกวัน , รักษาอนามัยป้องกันตนเองเคร่งครัด สร้างความมั่นใจให้ลูกค้า


2.ยุทธศาสตร์ความปลอดภัยของศูนย์การค้า


ทำความสะอาด Deep Clean ก่อนศูนย์เปิดในทุกพื้นที่ , คัดกรองและรักษาความสะอาดเข้มงวดทุกจุด, ลดความแออัด และรักษาระยะห่างเพื่อสุขอนามัย ,จัดมาตรการสำหรับพนักงานรับส่ง สินค้า Delivery Man


3.ยุทธศาสตร์เพื่อความมั่นใจสูงสุดของลูกค้าผู้ใช้บริการ


ผสานเทคโนโลยีปรับพฤติกรรมรูปแบบการใช้ชีวิต New Normal , ป้องกันตนเอง ลดการสัมผัสส่งเสริมการใช้ Cashless หรือ E-Payment ในการชำระค่าบริการต่างๆ ,บริการสำหรับลูกค้าต้องการการดูแลพิเศษ

เดอะมอลล์ จัดเต็ม 10 มาตรการหลัก 100 มาตรการย่อย


เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผู้บริหารศูนย์การค้าเดอะมอลล์ , เอ็มโพเรียม , เอ็มควอเทียร์และสยามพารากอน ได้เตรียม 5 มาตรการหลัก 34 มาตรการย่อย สำหรับลูกค้า และ 6 มาตรการเสริม 66 มาตรการย่อยสำหรับ 5 กลุ่มธุรกิจรวมแล้ว 100 มาตรการ โดยกลยุทธ์หลัก คือ มาตรการสร้าง TMG TOUCHLESS SOCIETY หรือสังคมไร้สัมผัส และมาตรการคัดกรองเข้มงวดตั้งแต่เข้าศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า อาทิ


-มาตรการ TOUCHLESS RETAIL ยกตัวอย่างเช่น


TOUCHLESSFACILITIES หรือบริการไร้การสัมผัส อาทิ TOUCHLESSPARKING การสแกนเพื่อจอดรถผ่านแอพลิเคชั่นแบบไม่ต้องรับบัตร, WORRY-FREE WAITING AREAในห้างสรรพสินค้า, บริการกดลิฟท์ทุกตัวให้กับลูกค้าโดยลูกค้าไม่ต้องสัมผัสลิฟท์เอง, จัดพนักงานบริการเปิด ปิดประตูศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า ฯลฯ


บริการช้อปปิ้งแบบไร้เงินสด หรือ TOUCHLESSPAYMENT ผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น E-WALLET , บริการชำระผ่านAPPLICATION รองรับนักท่องเที่ยวชาวจีน สามารถรับชำระเงินผ่าน ALIPAY , WECHAT PAY ,UNIONPAY APPLICATION เป็นต้น



-มาตรการคัดกรองที่เข้มงวดลูกค้าทุกคนจะมีการ (CHECK IN-OUT) เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังในด้านความปลอดภัยทุกคนที่จะเข้าห้างฯและ ศูนย์ฯ โดยทั้งหมดต้องลงทะเบียนและให้ข้อมูลส่วนตัว ผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ 1.ผ่านแอปฯ M CARD หรือผ่านแอปฯ EMAR สามารถทำได้สะดวก รวดเร็ว โดยกดปุ่ม EMCHECK IN เพื่อลงทะเบียนผ่านระบบได้ทันที (เฉพาะที่ ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์) 2.ผ่าน QR CODE หรือ LINE @THE MALLGROUP สามารถสแกน QR CODE และลงทะเบียนผ่านระบบได้ทันทีและ 3. ลงทะเบียนยื่นบัตรประชาชน พร้อมให้ข้อมูลที่จำเป็นกับเจ้าหน้าที่ อาทิชื่อและเบอร์ติดต่อ หรือที่พักใน PASSPORT ในกรณีที่เป็นชาวต่างชาติ



-มาตรการลดความแออัด(PHYSICAL DISTANCING) คือ ขั้นตอนการจัดการและจัดระเบียบพื้นที่ทั้งในห้างฯ, ศูนย์ฯ และร้านค้าทั้งหมด เพื่อไม่ให้เกิดความแออัดมีการเว้นระยะห่างทางสังคมในทุกพื้นที่ โดยจำกัด 1 คน ต่อ 5 ตร.ม. รวมถึงจัดพื้นที่อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ากลุ่มเสี่ยง อาทิผู้สูงอายุ, ผู้พิการหรือสตรีมีครรภ์ ให้ได้รับความสะดวกสบายและลดความเสี่ยงมากที่สุด



-มาตรการสุขอนามัยเชิงรุกอาทิ การจัดให้มีระบบถ่ายเทอากาศภายในอาคารมากกว่า 10 เท่าต่อชั่วโมง(10 ACH) และทำการอบฆ่าเชื้อระบบปรับอากาศส่วนกลางเป็นประจำทุกคืนด้วยรังสีUV ซึ่งนับเป็นมาตรการความปลอดภัยที่เข้มข้นไปอีกขั้นที่จะสามารถช่วยฆ่าเชื้อโรคและถ่ายเทอากาศได้เป็นอย่างดี



-มาตรการเฝ้าระวังติดตามคือ พนักงานทุกคน รวมถึง พนักงานร้านค้า และพนักงานคู่ค้าต้องมีบันทึกข้อมูลประวัติสุขภาพ รวมถึง ลูกค้าและผู้เข้ามาใช้บริการทุกคนต้องลงทะเบียนและให้ข้อมูลที่จำเป็นก่อนเข้าห้างฯ และ ศูนย์ฯ ทุกครั้งเพื่อจะสามารถ มีข้อมูลและติดตามได้ในกรณีที่มีความจำเป็น



โรบินสัน วางแผนแม่บท 5 ข้อคุมเคร่งครัด



โรบินสัน ได้วาง "แผนแม่บท 5 ข้อ"ที่มีความชัดเจนและต้องปฏิบัติจริง ทั้งห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ร้านค้าและพนักงานทุกคน ครอบคลุม 5 แกนหลัก ได้แก่

(1) การคัดกรองเข้มงวด


(2) ลดความแออัด


(3) ติดตามให้มั่นใจ


(4) สะอาดทุกจุดในเชิงรุก


(5) ลดการสัมผัส


นอกจากนี้ทางโรบินสันได้ออกจดหมายแจ้งแผนการยกระดับมาตรการความสะอาดและความปลอดภัยเชิงรุกรวมถึงการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้บริการไปยังพันธมิตรทางการค้า คู่ค้าและร้านค้า เพื่อให้ดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกันในระหว่างการเตรียมความพร้อมและรอคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อของแต่ละจังหวัด เกี่ยวกับการปลดล็อคเปิดให้บริการตามแผนงานของรัฐบาลด้วย


รู้ไว้ก่อนเที่ยว! เปิดมาตรการห้างใหญ่คุมโควิดหลังคลายล็อก

เมกาบางนา เสริมมาตรการให้ช็อปปิ้งอย่างปลอดภัยแบบมีระยะ ชูโรงแคมเปญ"ห่างกันอย่างโปร"


1. Social Distancing มาตรการการรักษาระยะห่างทางสังคมไม่ว่าจะเป็นการจำกัดจำนวนของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ซึ่งให้คงระยะห่าง 1 เมตร หรือไม่เกิน 20 คนต่อพื้นที่ 100 ตารางเมตรการกำหนดเพื่อเว้นระยะห่างในพื้นที่ที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น เช่น ลิฟท์ ห้องน้ำที่นั่งส่วนกลาง หรือจุดรอรถโดยสารการกำหนดระยะห่างและวิธีการของลูกค้าในการซื้อสินค้าและรับบริการต่างๆ ภายในศูนย์เช่น การสร้างระบบนัดหมายบริการ เพื่อลดการนั่งรอหรือคิวภายในศูนย์ เป็นต้น



2. Social Caring for Customers มาตรการร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและลูกค้า เพื่อดูแลลูกค้าและผู้ที่เข้ามาใช้บริการที่เมกาบางนาอย่างดีที่สุดอาทิ การตรวจวัดอุณหภูมิคัดกรองลูกค้าทุกจุดทางเข้าหลัก Big cleaning ก่อนการเปิดให้บริการตามประกาศและทำต่อเนื่องเป็นประจำทุกสัปดาห์ขั้นตอนอย่างละเอียดการทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลางก่อนและหลังเวลาทำการศูนย์เป็นประจำทุกวันทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลางโดยเน้นจุดสัมผัสของลูกค้าทุกๆ 30 นาที ในระหว่างเวลาทำการของศูนย์ฯและขอความร่วมมือให้ผู้มาใช้บริการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเข้ามาใช้บริการเป็นต้น



3. Social Self-Care for Staff มาตรการสำหรับพนักงาน และเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติงาน อาทิตรวจวัดอุณหภูมิของพนักงานและเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ทุกคนที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่บริการทุกจุดสวมใส่หน้ากากอนามัยและ Face shield ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน จัดการอบรมเพื่อสร้างความรู้ถึงวิธีการป้องกันและปฏิบัติ ให้เจ้าหน้าที่เข้าใจและรับทราบเพื่อปฏิบัติอย่างถูกต้อง เป็นต้น



4. Social Care for Community มาตรการการที่จะร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนโดยรอบซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาเมกาบางนาได้มีนโยบายที่ดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่องและในสถานการณ์ที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้ เมกาบางนาได้เพิ่มมาตรการการแยกขยะโดยจัดให้แยกขยะหน้ากากออกจากขยะทั่วไป รวมถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการต่างๆเพื่อให้ชุมชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดการแพร่ระบาดของเชื้อด้วยอีกทั้งเมกาบางนายังได้เตรียมบริการต่างๆ ไว้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าและส่งเสริมการขายของร้านค้าด้วยกิจกรรมทางการตลาดและบริการ Delivery ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆพร้อมโปรโมชั่น ส่วนลดสิทธิประโยชน์พิเศษให้กับลูกค้าในช่วงสถานการณ์ที่ยากลำบากแบบนี้อีกด้วย


รู้ไว้ก่อนเที่ยว! เปิดมาตรการห้างใหญ่คุมโควิดหลังคลายล็อก

ข่าวล่าสุด