เข้าสู่เช้าวันที่ 12 พ.ค. เป็นวันที่ 2ของการค้นหาน้องชมพู่ เจ้าหน้าที่ ชาวบ้าน อาสาสมัครยังคงค้นหาต่อไปส่วนทางญาติได้มีการทำพิธีทางไสยศาสตร์ควบคู่กันไป ตามความเชื่อที่อยู่คู่กับเมืองไทยแต่จนแล้วจนรอดก็หาไม่พบ ความกระวนกระวายใจของญาติยิ่งร้อนระอุกว่าอากาศในยามนั้น
ล่วงเลยเข้าวันที่ 3 ของการติดตามค้นหาความยิ่งเลื่อนลางในการพบตัว แต่หลายคนในหมู่บ้านยังเชื่อว่าจะมีปาฏิหาริย์แต่ความหวังก็ค่อยๆ มอดไหม้ ตามแสงของตะวันที่หมดไปอีกหนึ่งวัน
4วันแห่งการปูพรมแถบพลิกแผ่นดิน ก็มาพบเบาะแสสำคัญจากปากของนางตุน พรมงอย วัย 70 ปีชาวบ้านตำบลจันทร์เพ็ญ อ.เต่างอย จ.สกลนคร นักล่าของป่าที่มีความชำนาญและออกมาเก็บเห็ดป่าบนเทือกเขาภูพานบอกว่าพบรองเท้าเด็กสีเขียว อยู่ในป่าเขาภูเหล็ก แต่ไม่พบตัวเด็ก ด้วยในใจก็นึกว่าในป่าลึกแบบนี้จะมีเด็กขึ้นมาเล่นได้อย่างไรจึงตัดสินใจเดินป่าหาเห็ดต่อกับสามีของเธอ จนกลับมาที่บ้านพักแล้วมาเล่าให้ลูกฟังกระทั่งมารู้ว่าที่ต.กกตูม มีเด็กหายจึงรีบนำข้อมูลนี้ไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่และญาติทราบ
นางตุน ถือว่าเป็นพยานปากสำคัญในการค้นหาตัวน้องชมพู่ ที่กระชับพื้นที่ได้แคบที่สุดตลอด 3วันที่ผ่านมา โดยช่วงบ่ายคล้อยจนเกือบเย็น นางตุนได้นำเจ้าหน้าที่เดินลัดเลาะตามป่าเขาเข้าไปในจุดที่ชาวบ้านเรียกกันว่า"ป่าเขาภูเหล็กไฟ" ห่างจากหมู่บ้านกกกอก ประมาณ 2 กิโลเมตร จุดแรกที่ไปตรวจคือตรงที่พบรองเท้าจากนั้นตำรวจ ข้าราชการท้องถิ่น อาสาสมัครก็กระจายกำลังกันหาบริเวณโดยรอบพื้นที่