นายวรวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขณะนี้ "อ่าวมาหยา" ได้มีการฟื้นฟูผ่านมา 1 ปีเศษ ซึ่งมีการฟื้นตัวเป็นอย่างมาก บนบกที่เรามองเห็นไม่ว่าจะเป็นพรรณพืชทั้งหลาย แม้กระทั้งผักบุ้งทะเลที่ไม่เคยปรากฏบนอ่าวมาหยามาก่อน มีความสมบูรณ์เกิดขึ้นมากมาย
แต่ภายใต้ผืนน้ำภายใต้ทะเลนั้น ปะการังนั้น ยังอยู่ในสภาพที่อันตราย แม้ว่าจะอยู่ในขั้นตอนที่เรากำลังฟื้นฟูได้มีการพัฒนาไปอย่างมาก เชื่อว่าหลายคนคงทราบกันดีปะการังหลายๆชนิดอัตราการเติบโตนั้นปีหนึ่งประมาณเพียง 3-5 เซนติเมตร บางชนิดจะเติบโตเพียง 1-2 เซนติเมตร ที่ผ่านมาปีกว่าปะการังนับมหาศาล
"สิ่งที่โดนทำลายไปในช่วงตอนที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากมายนั้น ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้เต็มที่ การที่ได้มาเห็นได้มาดูทำให้มั่นใจได้ว่าอ่าวมาหยาแห่งนี้ คงต้องปิดไปอีกสักระยะหนึ่ง เพื่อให้สภาพปะการังที่ถูกทำลายไปมหาศาลอยู่ในสภาพที่พร้อมในการที่จะให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาชื่นชม ส่วนหนึ่งเสน่ห์ของอ่าวมาหยาคือความสวยงามของท้องทะเลที่อยู่บนผิวน้ำและใต้ผิวน้ำ ถ้าหากมาแล้วใต้ผิวน้ำยังเป็นซากปรักหักพัง เชื่อว่านักท่องเที่ยวคงไม่อยากจะมาเห็นภาพอะไรเช่นนี้แน่นอน".
.
ในขณะเดียวกันสิ่งที่สำคัญสิ่งหนึ่งที่มาดูในวันนี้ก็คือแนวทางความคิดที่จะก่อสร้างท่าเทียบเรือทางด้านหลังของอ่าวมาหยาบริเวณอ่าวโล๊ะซามะ เพราะว่าจากนี้ไปเราจะไม่อนุญาตให้มีเรือ หรือสิ่งใดๆเข้าทางหน้าอ่าวมาหยาอีกต่อไป จะให้มีการเข้ามาทางด้านหลัง หากมีการสร้างท่าเทียบเรือจะมีผลกระทบกับปะการังกับสิ่งแวดล้อมอย่างไร ถ้าหากมีปะการังที่จะได้รับผลกระทบนั้น ทางทีมงานประกอบไปด้วยนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยหลายแห่ง
"ต้องเรียนว่านี้ไม่ได้นั่งเทียนคิดกันเอาเอง แต่มีหลักฐานทางวิชาการ มีการสำรวจ มีการลงไปดูปะการังแต่ละก้อน ทั้งหมด 8-9 จุดที่อาจมีผลกระทบแล้วจะต้องย้ายไปเป็นระยะทางเท่าไรตั้งแต่ 5-15 เมตร หัวใจสำคัญที่สุดของการก่อสร้างท่าเทียบเรือก็คือการที่จะช่วยอนุรักษ์ปริมาณปะการังที่จะอยู่บริเวณด้านหน้าของอ่าวมาหยา ให้มีความอุดมสมบูรณ์ ในขณะที่ปะการังอาจจะถูกผลกระทบจากการก่อสร้างท่าเทียบเรือ เราก็อยากจะทราบก่อนว่าแผนการที่จะเคลื่อนย้ายปะการังกลุ่มดังกล่าวมีแนวทางอย่างไร".