เมื่อไม่นานมานี้ องค์การอนามัยโลก หรือ World Health Organization (WHO) ได้ออกมาประกาศเตือนว่า ธนบัตร อาจจะเป็นหนึ่งในวัตถุทที่สามารถปนเปื้อนเป็นเพิ่มการแพร่กระจายของ โควิด-19 ได้เนื่องจากเชื้อไวรัสฯ สามารถฝังตัวอยู่บนพื้นผิวของธนบัตรได้หลายวันติดต่อกัน และเพื่อป้องกันความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อโรคองค์กรต่าง ๆ อย่างสมาคมธนาคารไทย ที่ออกมาแนะนำให้ประชาชนหันมาใช้การชำระเงินแบบดิจิทัลมากยิ่งขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อไวรัสโดยตรง ทางด้าน ธนาคารกลางแห่งประเทศสิงคโปร์ ได้มีการชี้แนะประชาชนให้เปลี่ยนมาใช้การชำระเงินรูปแบบดิจิทัลเพื่อสนับสนุนมาตรการรักษาระยะห่างของภาครัฐ
ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสนับสนุนให้ผู้บริโภคหันมาใช้การชำระเงินแบบดิจิทัลอย่างการช้อปปิ้งออนไลน์อยู่บ้าน หรือ การชำระเงินแบบไร้สัมผัส (Contactless Payment) และ การชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ด (QR Payment) แทนการใช้เงินสดหากมีความจำเป็นที่จะต้องออกไปนอกบ้านเพื่อซื้อของใช้และอาหารที่ซูเปอร์มาร์เก็ต รวมไปถึงประโยชน์ที่การชำระเงินแบบดิจิทัลจะมอบให้กับผู้บริโภคในช่วงเวลานี้ อย่างเช่น
ความสะดวกและรวดเร็ว การชำระเงินแบบดิจิทัลช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการและผลิตภัณฑ์ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่าง ๆ รวมไปถึงบริการจัดส่งอาหารถึงบ้าน
ในประเทศไทย บัตรยูเนี่ยนเพย์ สามารถใช้ได้กับร้านค้าออนไลน์ชั้นนำ อาทิ วัตสัน (Watson), วิลล่า มาร์เก็ต (Villa Market), เซ็นทรัล กรุ๊ป (Central Group), ดีแคทลอน (Decathlon), ซูเปอร์สปอร์ต (Supersport), เอช & เอ็ม (H&M), ซาร่า (Zara) และ พาวเวอร์บาย (Power Buy) รวไปถึงการใช้บนแพลตฟอร์มส่งอาหารอย่าง แกร็บฟู้ด (GrabFood) หรือ บริการส่งของอย่าง ดีเอชแอล (DHL)
ความปลอดภัย นอกจากการลดความเสี่ยงของการสัมผัสเชื้อโควิด-19 ที่สามารถอยู่บนธนบัตรได้นานหลายวันแล้ว ระบบความปลอดภัยในการใช้บริการการชำระเงินแบบดิจิทัล ถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ สำหรับผู้ให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลกอย่าง ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่มีเครือข่ายผู้ใช้บริการและร้านค้าคลอบคลุมในหลายประเทศ ระบบความปลอดภัยในการทำธุรกรรมถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจฯ จึงมั่นใจได้เลยว่าการชำระเงินของท่านในแต่ละครั้งมีความปลอดภัยสูงสุด ภายใต้แนวทางการจัดการความปลอดภัยของระบบและข้อมูลส่วนบุคคล
ตรวจสอบยอดใช้จ่ายย้อนหลังและความโปร่งใส การชำระเงินแบบดิจิทัลยังช่วยเพิ่มความโปร่งใสในการใช้จ่ายให้กับผู้ใช้งานได้ เพราะการทำธุรกรรมในแต่ละครั้งจะตรวจสอบและติดตามยอดค่าใช้จ่ายย้อนหลังได้ทั้งการใช้งานแบบส่วนบุคคลและธุรกิจ ในทุกยอดการใช้จ่ายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งสำหรับนักธุรกิจการที่สามารถตรวจสอบการใช้จ่ายย้อนหลังได้นั้นถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยช่วยในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในการทำธุรกิจได้เป็นอย่างดี ซึ่งสามารถตรวจสอบธุรกรรมทั้งหมดได้แบบเรียลไทม์ ผ่านแอปพลิเคชันของธนาคาร ที่ทำให้การควบคุมและจัดการค่าใช้จ่ายง่ายเพียงปลายนิ้ว