เนชั่นทีวี

ข่าว

จ้างแรงงานนอกระบบ ผลิตหน้ากาก5หมื่นชิ้น แจก"กลุ่มเปราะบาง"ทั้วปท.

13 พ.ค. 2563 | chitsanucha_rit

จ้างแรงงานนอกระบบ ผลิตหน้ากาก5หมื่นชิ้น แจก"กลุ่มเปราะบาง"ทั้วปท.

สสส. จับมือกับมูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ สนับสนุนแรงงานนอกระบบผลิตหน้ากากผ้า 50,000 ชิ้น หวังบรรเทาปัญหาปากท้อง พร้อมแนบคู่มือสู้โควิด-19 แบบไม่ตีตราและไม่เลือกปฏิบัติ ส่งถึงมือประชากรกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ

นายชาติวุฒิ วังวลผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สสส. กล่าวว่า สสส.เข้าใจในความยากลำบากของแรงงานนอกระบบในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลโดยมีบางส่วนถูกเลิกจ้างในช่วงวิกฤตโรคระบาดเราจึงปรับรูปแบบการทำงานในโครงการลดการตีตราและเลือกปฎิบัติในสังคมไทยซึ่งทำร่วมกับมูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ส่วนสำคัญส่วนหนึ่งมาเป็นการสนับสนุนให้แรงงานนอกระบบกลุ่มหนึ่งผลิตหน้ากากผ้าจำนวน 50,000ชิ้น และส่งมอบให้ประชากรกลุ่มเปราะบางต่อการถูกเลือกปฏิบัติทั่วประเทศหลังพบว่ากลุ่มคนเหล่านี้ประสบปัญหาการเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกันตัวเองทั้งยังเป็นการบรรเทาปัญหาการขาดรายได้ของแรงงานนอกระบบเพราะเราเชื่อว่าการจะส่งเสริมให้คนหันมาดูแลสุขภาพได้นั้นประการแรกต้องแก้ปัญหาพื้นฐานในการดำรงชีวิตให้ได้ก่อนเพราะเมื่อประชาชนมีข้าวปลาอาหารบริโภคเพียงพอแล้ว จึงจะหันมาใส่ใจการมีสุขภาพดี

"นอกจากการร่วมมือกับภาคีเครือข่ายอย่าง FARแล้ว สสส. ยังบูรณาการแผนงานในองค์กรระหว่างแผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิตและแผนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะตรวจสอบพื้นที่ของประชากรกลุ่มเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือด้านอุปกรณ์ป้องกันตนเองส่วนในระยะยาว สสส. จะร่วมมือกับองค์การอนามัยโลก (WHO) สื่อสารประเด็นขจัดการเลือกปฏิบัติกับผู้ที่อาจติดเชื้อ/ผู้ติดเชื้อโควิด-19และผู้ที่รักษาหายแล้ว เนื่องจากคาดว่าโควิด-19จะอยู่กับเราไปอีกนานไทยและทุกประเทศจึงต้องร่วมกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคนี้และดูแลการใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมอย่างมีเมตตา" นายชาติวุฒิกล่าว


นางสาวสุภัทรา นาคะผิวผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ (FAR) กล่าวว่าหน้ากากผ้าทั้ง 50,000 ชิ้นถูกส่งมอบให้กับแกนนำประชากรกลุ่มเปราะบางต่อการถูกเลือกปฏิบัติทั่วประเทศแล้วได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มคนพิการ กลุ่มเด็กและเยาวชนกลุ่มผู้หญิง กลุ่มความหลากหลายทางเพศ กลุ่มผู้ใช้สารเสพติดกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ และกลุ่มแรงงาน โดยถูกแนบส่งไปพร้อมกับ "คู่มือสู้โควิด-19แบบไม่ตีตราและไม่เลือกปฏิบัติ" เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้มากยิ่งขึ้นเพราะเราพบว่าผู้ที่อาจติดเชื้อ/ผู้ติดเชื้อโควิด-19และผู้ที่รักษาหายแล้ว ยังถูกคนในชุมชนรังเกียจ กีดกันและอาจมีผลทำให้ผู้ที่อาจติดเชื้อหรือมีความเสี่ยงไม่กล้าเปิดเผยตัวไม่กล้าเดินเข้าไปรับการตรวจวินิจฉัยโรค ทำให้การควบคุมโรคทำได้ยากขึ้นสำหรับผู้สนใจคู่มือดังกล่าว สามารถดาวน์โหลดได้แล้วทาง http://llln.me/BfzlIaW

"หากคนในชุมชนมีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโควิด-19รู้ว่าเชื้อแหล่งที่อยู่ของเชื้ออยู่ที่ไหน รู้ว่าติดต่อได้อย่างไรรู้วิธีป้องกัน รู้วิธีรักษา และเข้าใจว่าทุกคนล้วนมีโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อทุกคนมีโอกาสเป็นผู้ส่งผ่านเชื้อไปให้คนอื่นเพราะเราอาจติดเชื้อโดยไม่รู้ตัวไม่มีอาการ ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องจะเป็นบันไดขั้นแรกที่จะช่วยลดความกลัวคลายความกังวล และทัศนคติเชิงลบที่มีต่อกันได้" น.ส.สุภัทรากล่าว


ข่าวล่าสุด