เมื่อพูดถึงการใช้แสงเลเซอร์ และการใช้เทคโนโลยีผสมผสานกับโซเชียลมีเดียในการชุมนุมประท้วง ทำให้ อาจารย์พันธ์ศักดิ์ ยกตัวอย่างการชุมนุมที่ฮ่องกง หรือ "ฮ่องกงโมเดล" เพราะนอกจากผู้ประท้วงจะใช้ป้าย ร่ม หน้ากาก และผ้าคลุมหน้า รวมทั้งสิ่งเทียมอาวุธแล้ว ผู้ประท้วงยังใช้สื่อโซเชียลยอดนิยม เช่น Facebook Twitter หรือสื่อโซเชียลอื่นๆ ที่สามารถกระจายข่าวสารระหว่างผู้ประท้วงและสารพัดวิธีที่สามารถทำให้คนทั่วโลกได้รับรู้
นอกจากนั้นผู้ประท้วงยังได้นำเครื่องยิงเลเซอร์แรงสูง (High Power Laser Pointer)หลายหลากสี ซึ่งมีความแรงกว่าเครื่องยิงเลเซอร์ที่ใช้กันในสำนักงาน มาใช้เป็นเครื่องมือในการประท้วงด้วย เนื่องจากปัจจุบันเครื่องยิงเลเซอร์ประเภทนี้หาได้ง่าย พกพาสะดวก และเป็นเครื่องมือรบกวนการประท้วงที่ไม่ต้องถูกเนื้อต้องตัวเจ้าหน้าที่ ทำให้ลดการประทะทางร่างกายลงไปได้ เครื่องยิงเลเซอร์จึงเป็นที่นิยมใช้ในการประท้วงของผู้ประท้วงในฮ่องกง ชิลี อิรัก และเริ่มมีให้เห็นในเมืองไทยบ้างแล้ว
ฮ่องกง ภาพ :Tyrone Siu / Reuters
ฮ่องกง ภาพ :Kin Cheung /AP Photo
การนำเครื่องมือไฮเทคต่างๆ มาใช้ในการประท้วงและต่อต้านฝ่ายเจ้าหน้าที่ที่มีทั้งแก๊สนำตา กระสุนยาง สเปรย์พริกไทย ระเบิดฟองน้ำ กระสุนถุงเม็ดตะกั่ว (Bean bag round) กระสุนจริง และเทคนิคอื่นๆ เพื่อรับมือกับการประท้วง แสดงให้เห็นถึงการยกระดับของการประท้วงด้วยการใช้เทคโนโลยีแทนการใช้กำลังแต่อย่างเดียว ซึ่งกลยุทธ์ใหม่ๆ เหล่านี้จะสร้างความยุ่งยากแก่การควบคุมและปราบปรามฝูงชนต่อฝ่ายเจ้าหน้าที่ไม่มากก็น้อย
เช่น การนำเครื่องยิงเลเซอร์แรงสูงมาใช้ในการประท้วง มีวัตถุประสงค์หลักอยู่หลายประการ เป็นต้นว่า เพื่อรบกวนสมาธิและเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าหน้าที่, เพื่อรบกวนระบบการจดจำใบหน้าของกล้องซึ่งใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการแยกแยะภาพผู้ประท้วง, เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์โดยการเขียนหรือวาดแสงเลเซอร์บนผนังของวัตถุ, เพื่อแสดงออกถึงความมีชัยชนะ, เพื่อสร้างสัญลักษณ์ของความเป็นกลุ่ม แยกตามสี
แต่เครื่องยิงเลเซอร์แรงสูง หรือแม้แต่เครื่องโปรเจคเตอร์ที่มีกำลังส่งมากๆ ก็มีอันตรายอยู่ในตัวหากใช้ผิดวิธี เช่น อาจการรบกวนการบินระหว่างเครื่องบินขึ้นและลงหากนำไปใช้ใกล้สนามบิน, สามารถทำลายผิวหนังหรือทำให้เกิดความร้อนเฉพาะจุด และสามารถทำลายดวงตาได้หากมีความแรงมากพอและส่องตรงเข้าไปยังดวงตา อาจทำให้เกิดตาบอดชั่วขณะหรือตาบอดถาวรได้
เหตุนี้เองบางประเทศจึงมีกฎหมายควบคุมระดับความแรงของการส่งแสงเลเซอร์ รวมทั้งมีการควบคุมการนำเข้า การโฆษณา การผลิต และการซื้อ-ขาย นอกจากนั้นการใช้งานของเครื่องยิงเลเซอร์ระดับต่างๆ ต้องถูกควบคุมให้อยู่ในสภาวะที่มีความปลอดภัยภายใต้คำแนะนำที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เครื่องมือเหล่านี้ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จนเกิดอันตรายได้
แต่หากนำมาตรการเหล่านี้มาใช้ในบ้านเรา อาจถูกโจมตีว่าเป็นการจำกัดสิทธิ์กันอีก ทั้งๆ ที่การนำเลเซอร์ไปยิงก่อกวนใคร ก็เป็นการละเมิดสิทธิ์ผู้อื่นด้วยเช่นกัน