เนชั่นทีวี

ข่าว

18 มงกุฏ บุกรุกคอนโดหรู ลวงเหยื่อสูญเงินทุน

12 พ.ค. 2563 | sitthichai_nak

18 มงกุฏ บุกรุกคอนโดหรู ลวงเหยื่อสูญเงินทุน

ตำรวจห้วยขวาง รวบ 18 มงกุฎ พร้อมชายชุดดำ บุกรุกคอนโดหรูกลางกรุง หลังเบี้ยวค่าเช่า พบประวัติ อุบายหลากหลาย ทั้งสร้างภาพลวงเหยื่อ อ้างเป็นลูกอดีตบิ๊กตำรวจ คุ้นเคย ขรก.ระดับสูง ก่อนหลอกให้ร่วมลงทุน ค้นห้องเจออุปกรณ์เสพยา ใช้ห้องเป็นแหล่งมั่วสุม

 พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สน.ห้วยขวาง นำกำลังฝ่ายสืบสวนและป้องกันปราบปราม จับกุม นายออมสิน กลางสาทร อายุ 31 ปี และ นายสมโพธิ พิทักษา อายุ 39 ปี โดยทางตำรวจแจ้งดำเนินคดีกับนายออมสิน ในข้อกล่าวหา  "ร่วมกันบุกรุกเคหสถานฯ, ร่วมกันทําให้เสียทรัพย์ฯ, ร่วมกันมีวิทยุสื่อสารโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของเจ้าพนักงานตํารวจซึ่งสั่งการให้ทําการตรวจหรือทดสอบว่ามีสารเสพติดอยู่ในร่างกายหรือไม่มีสารเสพติด ตามมาตรา 58/1 พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ"

ส่วน นายสมโพธิ ถูกแจ้งข้อกล่าวหา "ร่วมกันบุกรุกเคหสถานฯ, ร่วมกันทําให้เสียทรัพย์ฯ, ร่วมกันมีวิทยุสื่อสารโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต" พร้อมเตียงนอน 2 ชุด, อุปกรณ์การเสพยาไอซ์ 3 อัน, วิทยุสื่อสาร 6 เครื่อง และเสารับส่งสัญญาณ

คดีนี้สืบเนื่องจากตำรวจ สน.ห้วยขวาง รับแจ้งจากผู้เสียหายว่า นายออมสิน พร้อมกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนบุกรุกเข้าไปภายในห้องพักหรู ของคอนโดมิเนียม ย่านรัชดาภิเษก โดยนายออมสิน มีพฤติกรรมใช้กลอุบายขอจองและตรวจสอบห้องพัก ก่อนทําสัญญา เมื่อเข้าไปภายในห้องแล้วกลับไม่ยอมออกมา โดยมีการเปลี่ยนรหัสล็อกจากด้านในประตูห้องพัก เพื่อไม่ให้ผู้อื่นเข้าไปในห้องได้ พร้อมทั้งนํากลุ่มชายฉกรรจ์ใส่ชุดดํามาร่วมพักอาศัย เพื่อข่มขู่ให้ผู้เสียหายเกิดความกลัว และไม่กล้าติดตามค่าเช่าห้อง พร้อมทั้งใช้ห้องพักดังกล่าว เป็นสถานที่มั่วสุมยาเสพติด

พ.ต.อ.ภูริส กล่าวว่า หลังรับแจ้ง ทางตํารวจ สน.ห้วยขวาง พร้อมเจ้าหน้าที่นิติบุคคลอาคาร และผู้เสียหาย จึงเข้าไปตรวจสอบห้องพักดังกล่าว พบผู้ต้องหาทั้งสองอยู่ภายในห้อง โดยแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ และแสดงความบริสุทธิ์ใจ และขอตรวจสอบเอกสารการเช่า แต่ทั้ง 2 ผู้ต้องหาไม่สามารถนํามาแสดงแก่เจ้าหน้าที่ได้ พร้อมทั้งผู้เสียหายแสดงเอกสารกรรมสิทธิ์ในห้องพักดังกล่าว ยืนยันกับทางตํารวจ จึงแจ้งให้ผู้ถูกจับทั้ง 2 คน ทราบว่าไม่มีสิทธิเข้าไปพักอาศัยอยู่ภายในห้องดังกล่าว จากนั้น ตรวจสอบภายในห้องพัก พบวิทยุสื่อสารโทรคมนาคม พร้อมเสาวิทยุของกลางและพบอุปกรณ์เสพยา ซึ่งผู้ต้องหา ยอมรับว่า ไม่ได้รับอนญุาตให้มีหรือใช้วิทยุโทรคมนาคม 

ทั้งนี้ ผู้เสียหายยังยืนยันความเสียหายภายในห้องพักพบเตียงนอนภายในห้องถูกรื้อทำลายจนเสียหาย จึงนำส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสืบสวนพบว่า นายออมสินมีพฤติกรรมเที่ยวกลางคืน ใช้เงินที่ได้มาจากการหลอกลวงผู้อื่นให้ร่วมลงทุนว่ามีผลตอบแทนสูง โดยเลือกจับเหยื่อและตีสนิทตามสถานบริการเกรดเอ ยังเชื่อว่ามีผู้เสียหายที่ไม่ทราบตัวตนที่แท้จริงของนายออมสิน และหลงเชื่อว่าเป็นเศรษฐี เจ้าของธุรกิจ นักธุรกิจ ทายาทที่ได้รับมรดกมหาศาล ตามภาพลักษณ์ที่นายออมสินใช้หลอกเหยื่อให้หลงเชื่อ ก่อนที่เหยื่อจะถูกยืมเงินหรือถูกหลอกให้เอาเงินมาฝากลงทุน ฯลฯ

นอกจากนี้ นายออมสินยังมีพฤติกรรมแอบอ้างบุคคลที่มีชื่อเสียง โดยมักขอถ่ายภาพคู่ เมื่อมีโอกาส และใช้แสดงให้เหยื่อหลงเชื่อว่าเป็นบุคคลที่มีชาติตระกูลดี

ขณะที่ประวัติครอบครัว พบว่านายออมสินถูกเลี้ยงดูแบบตามใจ ไม่ชอบเรียนหนังสือ และมีการศึกษาเพียงชั้นป.4 โดยพบว่านายออมสินยังเคยถูกจับกุมดําเนินคดี และคดีอยู่ระหว่างพิจารณาอีกหลายคดี เช่น เคยถูกจับกุมดําเนินคดี ข้อหา "ตัวการฉ้อโกงประชาชน และฟอกเงิน" ที่ กก.5 บก.ปอศ., เคยถูกจับกุมดําเนินคดี ข้อหา "ปล้นทรัพย์" ที่สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี, เคยถูกจับกุมดําเนินคดี ข้อหา "ฉ้อโกงทรัพย์" ที่สน.โคกคราม และเคยถูกจับกุมดําเนินคดี ข้อหา "ครอบครองยาเสพติดเพื่อจําหน่ายฯ" ที่สน.ห้วยขวาง

แหล่งข่าวจากชุดจับกุม ระบุ สำหรับนายออมสินจะหลอกอุบายว่ามีโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล ก่อนที่จะหลอกเอาเงินเหยื่อที่หลงเชื่อ บางคนเป็นลูกอดีตนายตำรวจระดับสูงที่เสียหาย นอกจากนี้ นายออมสินยังเข้าไปตีสนิทกับนายตำรวจระดับสูงและข้าราชการระดับสูงเพื่อขอถ่ายภาพก่อนจะเก็บภาพถ่ายไว้ในโทรศัพท์มือถือเพื่อนำไปแอบอ้างหลอกผู้เสียหาย

ข่าวล่าสุด