เนชั่นทีวี

ข่าว

ปชป.เสนอ5วิธีแก้เศรษฐกิจฐานรากสู้โควิด-19

12 พ.ค. 2563 | chairat_pat

ปชป.เสนอ5วิธีแก้เศรษฐกิจฐานรากสู้โควิด-19

"รองหัวหน้าประชาธิปัตย์"แนะรัฐใช้เงินกู้แก้เศรษฐกิจหลังได้รับผลกระทบจากพิษโควิด-19 ระบาด ต้องตอบโจทย์คนทั้ง 3 กลุ่มในประเทศ พร้อมแนะ 5 วิธีจัดการ ที่สามารถช่วยได้ทั้งระบบอย่างคุ้มค่า

(12 พฤษภาคม 2563) ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอแนะเกี่ยวกับกรอบของการลงทุนด้วยจำนวนเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ของพ.ร.ก. เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ต้องเริ่มจากกลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้อง คือ 1.เกษตรกรรายย่อย และแรงงานรับจ้าง 2.ผู้ประกอบการรายย่อย และ 3.ผู้ประกอบการ SME เพราะประชาชน ทั้ง 3 กลุ่มนี้ ถือเป็นฐานรากของระบบเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งมีกลุ่มประชากรจำนวน 10-20 ล้านคน
ศ.ดร.กนกกล่าวต่อว่าที่สำคัญ คนกลุ่มนี้ล้วนตกเป็นเบี้ยล่างของระบบเศรษฐกิจและสังคมภายใต้โครงสร้างที่เอื้อต่อทุนมากกว่าแรงงาน จนนำมาซึ่งผลกระทบตลอด 30 ปี ของการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ รวมถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมในสังคม ที่นำไปสู่ความขัดแย้งในบ้านเมือง แต่ถ้าสามารถทำให้กลุ่มประชากรทั้ง 3 ส่วนนี้ กลายเป็นฐานรากของระบบเศรษฐกิจในประเทศที่เข้มแข็งได้ ผลที่ตามมาก็จะทำให้มูลค่าทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศได้รับการขยายตัวขึ้นไปด้วย

รองหัวหน้าพรรค กล่าวด้วยว่า การลงทุนต้องคลุมกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวนี้ โดยแบ่งเป็น 5 แนวทางที่น่าสนใจ คือ1.การลงทุนเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำชุมชน และการกระจายน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรของเกษตรกรรายย่อย ซึ่งอยู่นอกเขตพื้นที่ชลประทาน เพื่อให้สามารถทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี ส่วนผู้ประกอบการรายย่อย และ SME ต้องมีน้ำเพียงพอเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตและการดำเนินกิจการ
2.การลงทุนเพื่อการปรับปรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ และเหมาะสมกับการเพาะปลูกพืชในแต่ละชนิด จะส่งผลให้ผลผลิตต่อพื้นที่ของการผลิตเพิ่มมากขึ้น เพราะสารอาหารในดินที่อุดมสมบูรณ์จะช่วยให้พืชที่ปลูกเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูง3.การลงทุนเพื่อการใช้เทคโนโลยีสำหรับการผลิต การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงเรื่องของการกระจายสินค้า และการตลาดสมัยใหม่
ทั้งนี้ เพราะเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการผลิต คือ มีต้นทุนที่ต่ำลง แต่ได้ผลผลิตมากขึ้น ส่วนเรื่องของเทคโนโลยีสำหรับการขาย และการตลาดที่ทันสมัย จะช่วยให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าถึงตลาดและลูกค้าได้กว้างขึ้นกว่าเดิม ช่วยให้เกิดความเข้าใจต่อพฤติกรรมการซื้อของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำมาประมวลในเรื่องของการสร้างความพึงพอใจต่อสินค้าและการบริการ

4.การลงทุนเพื่อสร้างระบบขนส่ง (logistic) ให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย และ SME เพราะว่าในระบบธุรกิจปัจจุบัน เกษตรกรและผู้ประกอบการฐานราก ขาดศักยภาพในการแข่งขัน เนื่องมาจากต้นทุนของการเคลื่อนย้ายสินค้าแพงกว่าผู้ประกอบการขนาดใหญ่ และ5.การลงทุนเพื่อการพัฒนาทักษะสมัยใหม่ และยกระดับทักษะเดิมให้เกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย และ SME รวมไปถึงผู้ใช้แรงงานในฟาร์ม และโรงงานขนาดเล็กที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ
"นี่คือหัวใจสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก เป็นการลงทุนไปกับศักยภาพของคน ที่สำคัญต้องไม่ละเลยในรายละเอียดต่างๆ อาทิ ความตั้งใจ การออม ชีวิตความเป็นอยู่ ความสัมพันธ์ในครอบครัว เพราะเหล่านี้คือองค์ประกอบสำคัญที่จะผลักดันให้แรงงานสามารถขับเน้นศักยภาพออกมาอย่างสูงสุดผมมีความเชื่อว่า เงิน 4 แสนล้านที่จะไปกู้มาใช้ จะไม่หมดไปเพียงแค่การประคองระบบเศรษฐกิจให้อยู่รอดเท่านั้น เพราะถ้าหน่วยงานหลักทำเป็น และเห็นปัญหาอย่างแม่นยำ ก็น่าจะไปถึงขั้นการพลิกฟื้นระบบเกษตรและธุรกิจฐานรากอย่างก้าวกระโดดได้เลยทีเดียว" ศ.ดร.กนก กล่าว

ข่าวล่าสุด