เนชั่นทีวี

ข่าว

สภาตลาดทุนฯ เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนพุ่ง 42%

11 พ.ค. 2563 | tananya_nak

สภาตลาดทุนฯ เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนพุ่ง 42%

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย รายงานดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ในเกณฑ์ "ทรงตัว" แต่เพิ่มขึ้น 42% จากเดือนก่อนมาอยู่ที่ระดับ 80.40 จุด เหตุนักลงทุนคาดหวังนโยบายภาครัฐ-เศรษฐกิจและภาคท่องเที่ยวฟื้นตัว

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ "ทรงตัว" หลังจากปรับตัวลงอยู่ในเกณฑ์ซบเซาติดต่อกันสามเดือน ซึ่งมาอยู่ที่ระดับ 80.40 จุด หรือเพิ่มขึ้น 42% จากเดือนก่อนหน้า โดยผลสำรวจพบว่านักลงทุนคาดหวังนโยบายภาครัฐเป็นปัจจัยหนุนมากที่สุด รองลงมาคือการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศและการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว รวมถึงการค้นพบวัคซีนป้องกันโควิด-19

อย่างไรก็ตามผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนเป็นปัจจัยฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด รองลงมาคือการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ และการไหลเข้าและออกของเงินทุน รวมถึงความกังวลหาก โควิด-19 เกิดการแพร่ระบาดรอบสอง ส่วนสำหรับปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกที่ต้องติดตามได้แก่ความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนเชื้อไวรัสโควิด-19 การระบาดรอบสองหลังหลายประเทศเริ่มทยอยผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลก รวมถึงความกังวลเรื่อง Trade war ระหว่างสหรัฐ จีนที่ต้องจับตามอง สำหรับปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตามคือ การประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 1/2563 การออกมาตรการฟื้นฟูธุรกิจที่ได้รับผลกระทบของ COVID-19 โดยเฉพาะในกลุ่มการท่องเที่ยว และภาคการเกษตร รวมถึงการแก้ปัญหาตลาดแรงงานทั้งลูกจ้างชั่วคราว ผู้ประกอบอาชีพอิสระและลูกจ้างเอสเอ็มอี

"ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนกลุ่มนักลงทุนรายบุคคล บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ในโซนทรงตัว  ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่ยังอยู่ในโซนซบเซา"

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่าด้านดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม กนง. รอบเดือนพ.ค.นี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 16 จุด สูงขึ้นเล็กน้อยจากครั้งที่แล้วแต่ยังอยู่ในเกณฑ์ "ลดลง" ซึ่งสะท้อนมุมมองของตลาดที่ว่าการประชุม กนง. ในเดือนพ.ค.นี้ อาจจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงจากระดับ 0.75% จากปัจจัยหลักคืออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มติดลบ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลกที่ลดลง และการไหลออกสุทธิของกระแสเงินลงทุนต่างชาติ

นอกจากนี้ดัชนีคาดการณ์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 5 ปีและ 10 ปี ในรอบการประชุม กนง. มิ.ย. 2563 (ประมาณ 10 สัปดาห์ข้างหน้า) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากครั้งที่แล้วมาอยู่ที่ระดับ 42 และ 39 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ "ไม่เปลี่ยนแปลง" สะท้อนมุมมองของตลาดที่ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 5 ปี และ 10 ปีอาจไม่เปลี่ยนแปลงมากนักจากระดับ 0.7% และ 1.39% ตามลำดับ ณ วันที่ทำการสำรวจ (17 เม.ย. 63)  โดยปัจจัยหนุนสำคัญคืออุปสงค์และอุปทานในตลาดตราสารหนี้เป็นหลัก รวมถึงอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลก และฟันด์โฟลว์ต่างชาติ

ข่าวล่าสุด