ปัจจุบันการปลูกฟื้นฟูป่าของกรมป่าไม้โดยใช้งบประมาณปกตินั้นมีกระบวนการที่โปรงใสตรวจสอบได้ ดังจะเห็นได้จากคำสั่งกระทรวงฯที่ 15/2562แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการปลูกป่าระดับพื้นที่เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบการกำหนดพื้นที่เป้าหมายการปลูกฟื้นฟูป่า ซึ่งมีท่านรองกอ.รมน.จังหวัด เป็นประธาน และมี ทสจ. นายอำเภอท้องที่ อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ เป็นกรรมการโดยเพิ่มกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน
ดังนั้นพื้นที่ที่จะนำมากำหนดเป็นเป้าหมายปลูกป่าต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรองว่ามีความเหมาะสมในการปลูกฟื้นฟูและต้องกำหนดแผนงานเพื่อเสนอของบประมาณมาปลูกล่วงหน้า ในปัจจุบันกรมป่าไม้ไม่เน้นการปลูกเองโดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้แต่จะสนับสนุนกล้าไม้ให้ประชาชนปลูกในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกในพื้นที่ คทช. และพื้นที่ สปก.
ดังนั้นพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้ในปี 2563 หากจะกำหนดเป็นพื้นที่เป้าหมายเพื่อของบประมาณปกติมาปลูกตามตารางการของบประมาณจะได้งบมาปลูกในปี2563 จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันปลูกป่าประชาอาสาตลอดจนการเชิญชวนภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมสนันสนุนชุมชนในการปลูกฟื้นฟูป่าที่ได้รับการเสียหายในครั้งนี้หากเราเริ่มปลูก ณวันนี้พื้นที่ป่าที่ได้รับความเสียหายก็จะเป็นพื้นที่สีเขียวได้เร็ววันดังตัวอย่างผลงานการปลูกฟื้นฟูป่าตามหลักวิชาการของกรมป่าไม้ที่ปลูกบริเวณหน่วยฟื้นฟูสภาพป่าสงวนแห่งชาติป่าภูเปลือยป่าภูขี้เถ้าและป่าภูเรือที่7 อำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย ปลูกเมื่อปี 2540 เนื้อที่ 170 ไร่ชนิดไม้ที่ปลูกต้นสัก นนทรีป่า ประดู่ป่า แดง แคนา ปัจจุบันเป็นป่าที่สมบูรณ์เชิงประจักษ์ตามภาพถ่ายทางอากาศ
แต่อย่างไรก็ตามการปลูกป่าบางพื้นที่ที่ไม่สำเร็จนั้นมีสาเหตุหลายปัจจัยเช่น ภัยแล้ง ไฟไหม้ป่าการบุกรุกพื้นที่ของผู้ครอบครองพื้นที่เดิม เป็นต้นทุกท่านคงเห็นแล้วว่าการที่มีบุคคลเพียงไม่กี่คนเป็นต้นเพลิงจุดไฟเผาป่าผลจากการกระทำก่อให้เกิดความเสียหายอย่างไร พรรณไม้และสัตว์ป่าได้รับความเสียหายพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบจากหมอกควันสิ่งที่สำคัญที่สุดคือทำให้พี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้รักและหวงแหนป่าต้องสูญเสียชีวิตเสียน้ำตา รวมถึงตอนนี้ทุกฝ่ายต้องลุกขึ้นมาช่วยกันปลูกพื้นฟู่ป่าเพื่อให้กลับมาเป็นพื้นที่สีเขียวโดยเร็ว