พรรคก้าวไกล จัดไลฟ์ผ่านเฟสบุ๊กในหัวข้อ "พิธา x ธนาธร : ลมหายใจ SMEs ไทยในวิกฤตโควิด-19" โดยมี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งปัจจุบันเป็นแกนนำคณะก้าวหน้า ร่วมพูดคุยกันหลังจากในช่วงที่ประเทศไทยเผชิญสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา ทั้งคู่ได้เดินทางไปในพื้นที่ต่างๆ เพื่อพบปะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและคนทำงานในหลายภาคส่วนธุรกิจ และได้พบว่ามาตรการการช่วยเหลือของรัฐบาลยังไม่ตรงจุดและเข้าไม่ถึงครอบคลุมผู้ได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก นั้น นายพิธา กล่าวว่า สถานการณ์ช่วยเหลือประชาชนของรัฐบาลต้องเรียกว่าฝนตกไม่ทั่วฟ้า การคัดกรองผ่านระบบ AI กำมะลอ ตลอดช่วงเวลาโควิด -19 ที่ผ่านมา เป็นบทเรียนที่สังคมไทยต้องจ่ายในราคาแพง โดยเฉพาะพิษเศรษฐกิจที่ตามมาเป็นเหมือนพายุที่พัดพรมออกไป ทำให้เผยปัญหาความผุพังต่างๆ เกิดมาไม่เคยคนลำบากยากไร้ขนาดนี้ มีความเหลื่อมล้ำ คนเข้าไม่ถึงเทคโนโลยี มีคนที่ต้องออกจากงาน รวมถึงผู้ประกอบการชนชั้นกลางที่ตนไปคุยมาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าชักหน้าไม่ถึงหลัง และสายป่านยาวอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือนแน่ๆ ขณะเดียวกันก็เข้าไม่ถึงการช่วยเหลือตาม พ.ร.ก. ซอล์ฟโลน วงเงิน 5 แสนล้านของรัฐบาล ซึ่งน่าแปลกตรงที่กับประชาชนนั้นมีการคัดกรองทำให้คนเข้าไม่ถึง แต่กับเอสเอ็มอีที่ควรคัดกรองและให้กับภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างเห็นชัดเจน เช่น ท่องเที่ยว ธุรกิจกลางคืน กลับไม่ทำ แต่ให้ทั้งหมด แล้วสุดท้ายผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือ ได้เฉพาะคนที่มีเครดิตกับธนาคารอยู่แล้ว "มาตรการอย่างนี้อุปมาอุปไมยเหมือนฝนไม่ตก แต่ธนาคารเอาร่มมาให้ แต่ในส่วนที่ฝนตก ภาคธุรกิจที่ต้องได้รับการช่วยเหลือ ธนานาคารกลับดึงร่มออก แต่อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการหลายคนยังกำลังใจดี แต่ก็มีขีดจำกัด พวกเขาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้องการภาวะผู้นำ ต้องการรัฐบาลที่ไม่ปล่อยประชาชนเป็นไปตามยถากรรม แต่ต้องมาช่วยต่อชีพจรให้พวกเขา โดยเฉพาะวงเงิน 4 แสนล้านบาทนี้ 1 แสนล้าน ควรที่จะต้องใช้ไปกับการอุ้มพนักงาน ช่วยธุรกิจที่จะไปต่อได้ช่วยแบ่งเบาต้นทุนให้ เช่น ภาคการท่องเที่ยว รายได้เข้าประเทศที่ผ่านมา 2.8 ล้านล้าน ถ้าไปดูจะพบว่าระจุกตัวมาก อยู่แค่ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ ดังนั้น ต้องกระจายออกไป นี่เป็นโอกาสทองของจังหวัดที่ไม่เคยอยู่ในเรดาร์ของการท่องเที่ยวมาก่อน การท่องเที่ยวฐานรากการท่องเที่ยวชุมชนต้องได้รับการสนับสนุน รวมถึงธุรกิจค้าปลีกผู้ซึ่งเป็นเจ้าของร้านค้าที่อยู่ในห้าง เมื่อห้างโดนปิดก็ต้องปิดตัวด้วย ต้องเข้าไปดูแล เพราะถ้าปล่อยให้ล้มจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง นี่คือสิ่งที่พรรคก้าวไกลต้องไปพูดในสภาว่า พ.ร.ก. ซอฟต์โลน จะช่วยผู้ประกอบการอย่างไร" นายพิธา กล่าว