จากฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์เมื่อเช้าวันที่7 พ.ค. ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมสูงกว่า 3.75 ล้านคน เสียชีวิตแล้วกว่า263,000 คน โดยสหรัฐฯ ยังคงนำโด่งแซงหน้าทุกประเทศด้วยจำนวนผู้ป่วยสะสม 1.22 ล้านคนตามมาด้วยสเปน (220,325) อิตาลี (214,457) และสหราชอาณาจักร (202,359)ส่วนประเทศที่มีผู้ติดเชื้อพุ่งเกินกว่า 1 แสนคนเรียงตามลำดับจากมากไปน้อย ได้แก่ฝรั่งเศส, เยอรมนี, รัสเซีย ตุรกี,บราซิล และอิหร่าน
อังกฤษมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นกว่า30,000 คน ขยับแซงหน้าอิตาลีขึ้นที่ 2 ของโลกรองจากสหรัฐฯ และในวันที่ 6 พ.ค.ยังพบผู้ติดเชื้อรายวันสูงถึง 6,111 คนทำสถิติเป็นวันที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุดเป็นลำดับ 3 นับตั้งแต่โควิด-19แพร่ระบาดเข้ามาในประเทศ แต่ถึงกระนั้นนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสันยังยืนกรานว่าจะแถลงรายละเอียดของแผนผ่อนปรนล็อกดาวน์ในวันที่ 10 พ.ค.
สัปดาห์นี้ ผู้นำประเทศและองค์กรต่างๆทั่วโลกได้ประกาศร่วมสมทบทุนราว 8,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนการวิจัย, ผลิตและแจกจ่ายวัคซีนหรือตัวยาที่จะช่วยรักษาผู้ป่วยโควิด-19 โดยผู้บริจาครายใหญ่ๆได้แก่ บรรดาชาติมหาอำนาจยุโรป, ญี่ปุ่น, แคนาดา, มูลนิธิ บิลล์ และ เมลินดา เกตส์รวมถึงราชินีเพลงป๊อปอเมริกันอย่าง มาดอนนา ที่ร่วมบริจาคเงินถึง 1 ล้านยูโรเพื่อการนี้