เนชั่นทีวี

ข่าว

งานวิจัยอังกฤษ เผย โควิดระบาดทั่วโลก ยังหาผู้ป่วยรายแรกไม่พบ

08 พ.ค. 2563 | pantipa_jit

งานวิจัยอังกฤษ เผย โควิดระบาดทั่วโลก ยังหาผู้ป่วยรายแรกไม่พบ

มหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน (UCL) ของสหราชอาณาจักร เผย คณะนักวิจัยค้นพบความหลากหลายทางพันธุกรรมของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ บ่งชี้ว่ามีการแพร่กระจายไปทั่วโลกในระดับสูงตั้งแต่ระยะแรกของการระบาด อีกทั้ง "ผู้ป่วยรายที่ศูนย์" ของประเทศส่วนใหญ่นั้น ยังไม่สามารถระบุตัวได้

รายงานสรุปผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน (UCL) ของสหราชอาณาจักรระบุว่าคณะนักวิจัยค้นพบความหลากหลายทางพันธุกรรมของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) ซึ่งก่อโรคโควิด-19 ในสัดส่วนสูงในทุกประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโรคหนักที่สุดบ่งชี้ว่ามีการแพร่กระจายไปทั่วโลกในระดับสูงตั้งแต่ระยะแรกของการระบาด อีกทั้ง "ผู้ป่วยรายที่ศูนย์" ของประเทศส่วนใหญ่นั้นยังไม่สามารถระบุตัวได้


การศึกษาซึ่งนำโดยสถาบันพันธุศาสตร์ (GeneticsInstitute) ของมหาวิทยาลัยวิเคราะห์การเกิดขึ้นของความหลากหลายทางพันธุกรรมในไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ด้วยการตรวจสอบจีโนมของไวรัสมากกว่า 7,500 ตัว จากผู้ป่วยทั่วโลก

คณะนักวิจัยได้ระบุการกลายพันธุ์ถึง 198 รายการ ที่ปรากฏว่าเกิดขึ้นอย่างอิสระมากกว่าหนึ่งครั้ง


การศึกษาซึ่งได้รับการเผยแพร่ลงในวารสารเจอร์นัล อินเฟกชัน, เจเนติกส์ แอนด์ เอโวลูชัน (JournalInfection, Genetics and Evolution) ระบุว่าการกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆที่ตรวจพบข้างต้นอาจบ่งชี้ถึงการปรับตัวของไวรัสต่อโฮสต์ที่เป็นมนุษย์ที่พวกมันอาศัย


"ผลการศึกษาเพิ่มพูนหลักฐานที่ชี้ว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่(SARS-CoV-2) ต่างมีบรรพบุรุษร่วมกันตั้งแต่ช่วงปลายปี2019 อันแสดงให้เห็นว่าขณะนั้นคือเวลาที่ไวรัสแพร่จากโฮสต์ที่เป็นสัตว์มาสู่คน" การศึกษาระบุ


การศึกษาระบุว่าสิ่งนี้หมายความว่าไวรัสก่อโรคโควิด-19จึงไม่น่าจะแพร่ในหมู่มนุษย์มาเป็นเวลานานก่อนจะถูกตรวจพบ


เอกสารประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยฯ ระบุว่า การค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงเผยร่องรอยหลักฐานบ่งชี้วิธีที่ไวรัสอาจแพร่กระจายไปทั่วโลกตั้งแต่ระยะแรกของการระบาดเท่านั้นแต่ยังพิสูจน์ได้ว่าไวรัสดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงช่วงปลายปี 2019 เท่านั้นก่อนที่จะแพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

"ไวรัสทุกชนิดต่างกลายพันธุ์ได้ตามธรรมชาติการกลายพันธุ์ในตัวมันเองไม่ใช่เรื่องเลวร้ายและไม่มีอะไรที่บ่งชี้ว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กลายพันธุ์เร็วกว่าหรือช้ากว่าที่คาดอีกทั้งจนถึงตอนนี้เราไม่สามารถบอกได้ว่าไวรัสดังกล่าวรุนแรงถึงแก่ชีวิตและแพร่ง่ายมากขึ้นหรือน้อยลง" ฟรองซัวส์ บัลลูซ์ (FrancoisBalloux) ศาสตราจารย์ประจำสถาบันฯ และผู้เขียนงานวิจัยร่วม ระบุ


คณะนักวิจัย ระบุว่า หากกล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมเล็กๆน้อยๆ หรือการกลายพันธุ์ที่ตรวจพบนั้น สิ่งเหล่านี้มิได้เกิดขึ้นกระจายอย่างเท่าๆกันทั่วทั้งจีโนมของไวรัส และเนื่องจากจีโนมบางส่วนกลายพันธุ์ในระดับต่ำมากส่วนที่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงหรือกลายพันธุ์จึงอาจเป็นเป้าหมายที่ดีกว่าสำหรับการพัฒนายาและวัคซีน


"ความท้าทายครั้งใหญ่ในการเอาชนะไวรัสคือการที่วัคซีนหรือยาอาจไม่มีประสิทธิภาพอีกต่อไปหากไวรัสกลายพันธุ์ถ้าเรามุ่งทุ่มทำงานกับส่วนที่มีโอกาสกลายพันธุ์น้อยกว่าของเชื้อไวรัสเราก็จะมีโอกาสพัฒนายาที่มีประสิทธิภาพสำหรับระยะยาวได้มากขึ้น" บัลลูซ์กล่าว

ข่าวล่าสุด