พบแอนติบอดี ‘ลามา’ ใช้รักษา โควิด-19 ได้
07 พ.ค. 2563 | apirak_pra

คณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติเผยแพร่ผลการศึกษาล่าสุด พบว่า แอนติบอดี้ของ "ลามา" สัตว์ตระกูลอูฐจากแถบอเมริกาใต้ มีประสิทธิภาพในการป้องกันและรักษาโควิด-19 ได้
ข่าว
07 พ.ค. 2563 | apirak_pra

คณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติเผยแพร่ผลการศึกษาล่าสุด พบว่า แอนติบอดี้ของ "ลามา" สัตว์ตระกูลอูฐจากแถบอเมริกาใต้ มีประสิทธิภาพในการป้องกันและรักษาโควิด-19 ได้
โดยคณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ ที่นำโดยนักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเกนท์ของเบลเยียม และสถาบันวิจัยอีกหลายแห่งในสหรัฐ เผยแพร่ผลการศึกษาล่าสุด ที่แสดงให้เห็นว่า แอนติบอดี้ของตัวลามา หรือ ยามา (Llama) สัตว์ตระกูลอูฐขนาดเล็กหน้าตาน่ารักจากภูมิภาคอเมริกาใต้ ซึ่งเคยใช้ยับยั้งการก่อโรคและลบล้างฤทธิ์ของไวรัสได้ผลมาแล้วหลายชนิด ทั้งกับไวรัสโรคไข้หวัดใหญ่ โรคซาร์ส (SARS) และโรคเมอร์ส (MERS) มีประสิทธิภาพแบบเดียวกันในการป้องกัน และกำจัดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) ด้วย
ทั้งนี้เมื่อ 4 ปีก่อน ทีมวิจัยจากเบลเยียมพบว่าแอนติบอดีจาก "วินเทอร์" ลูกลามาวัยสี่เดือนในขณะนั้น สามารถสร้างภูมิคุ้มกันไวรัสโรคซาร์ส และโรคเมอร์สให้กับเซลล์ของมนุษย์ ที่เพาะเลี้ยงในจานทดลองได้เป็นเวลานานถึง 6 สัปดาห์ และในครั้งนี้นักวิทยาศาตร์ก็ได้นำงานวิจัยดังกล่าวมาต่อยอด และพบว่า แอนติบอดี้จากลามาตัวเดิม สามารถยับยั้งไวรัสโรคโควิด-19 ในห้องปฏิบัติการได้เช่นกัน
สาเหตุที่แอนติบอดี้ของลามามีประสิทธิภาพมากขนาดนี้ เนื่องมาจากแอนติบอดี้ของมันมีขนาดเล็กกว่าของมนุษย์มาก จึงสามารถเข้าจับกับตัวรับบนหนามของไวรัสโคโรนาได้อย่างละเอียดทั่วถึง ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าสู่เซลล์ได้สูงกว่า
นอกจากนี้ วัคซีนที่สังเคราะห์โดยใช้แอนติบอดี้ของลามาเป็นต้นแบบ สามารถทำให้เกิดภูมิคุ้มกันขึ้นในร่างกายได้ทันที ซึ่งต่างกับวัคซีนทั่วไปที่ต้องรอถึงประมาณ 1-2 เดือน แต่วัคซีนนี้จะมีฤทธิ์ป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพียงชั่วคราว ราว 1-2 เดือนหลังได้รับวัคซีนเท่านั้น และจำเป็นจะต้องมีการฉีดซ้ำ
ทั้งนี้ทีมผู้วิจัยสรุปว่า ยังคงต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน กว่าจะทำการทดสอบแอนติบอดีของลามาไปจนถึงขั้นทดลองในมนุษย์ได้